ต้มแซ่บ

3,426 Views

คัดลอกลิงก์

แจก 5 สูตร ต้มแซ่บ แซ่บซี๊ดถึงใจ ฟินยกบ้าน ใครทำก็อร่อย!

ต้มแซ่บ เมนูอาหารอีสาน สุดเผ็ดร้อน ซดแล้วคล่องคอ แซ่บซี้ดถึงใจ หากอยากรู้ว่า ต้มแซ่บ ทำแบบไหนได้บ้าง SGE มี 5 สูตร ต้มแซ่บ มาฝาก รับรองว่า อร่อยเด็ดทุกสูตร ฟินยกบ้านแน่นอน

ต้มแซ่บกระดูกหมู

ต้มแซ่บ

มาเริ่มกันที่ ต้มแซ่บ ยอดฮิต กับเมนู ต้มแซ่บกระดูกหมู ที่ใช้กระดูกหมูมาเป็นวัตถุดิบหลัก จะทำให้ได้เนื้อหมูที่นุ่ม เคี้ยวมัน ยิ่งใครชอบกระดูกอ่อน ก็ยิ่งทานอร่อย เหมาะมากสำหรับคนทั่วไป รวมถึงคนที่ชอบทานกระดูกอ่อน หรือ ซี่โครงหมู

ส่วนผสม

  • กระดูกหมูอ่อน 500 กรัม
  • ข่าหั่น 5 ชิ้น
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • หอมแดง 3 หัว
  • ผักชีฝรั่ง 2 ต้น
  • ต้นหอม 1 ต้น
  • พริกขี้หนู 20 เม็ด (คนไม่กินเผ็ด ควรใส่ 5-10 เม็ด)
  • มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้งคั่ว 10 เม็ด
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2  ช้อนโตีะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนโตีะ (คนไม่กินเผ็ด ควรใส่ 2 ช้อนชา)

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใส่น้ำลงในหม้อ ต้มน้ำเดือด แล้วใส่กระดูกหมูอ่อนลงไป
  2. ระหว่างต้ม เมื่อน้ำเริ่มเดือด จะเกิดฟอง ให้ตักฟองที่ลอยขึ้นมา ออกให้หมด หลังจากนั้น ใส่เกลือและมะขามเปียกลงไป ต้มต่อไป จนกว่ากระดูกหมูอ่อนจะสุก ใช้เวลาประมาณ 1 ขั่วโมง
  3. เมื่อน้ำงวดเหลือน้อย และกระดูกหมูเริ่มนิ่มลง ให้เติมน้ำเปล่าลงไปจนท่วมกระดูกหมูอ่อน แล้วใส่ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ หัวหอมลงไป ต้มจนน้ำเดือดอีกรอบ หลังจากนั้น ให้ปิดเตาพักไว้
  4. เตรียมเครื่องปรุงรสน้ำต้มแซ่บ โดยนำชามใบใหญ่มา แล้วใส่พริกแห้งคั่ว พริกขี้หนูทุบ น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาวและข้าวคั่วลงไป คนให้เข้ากัน
  5. ตักกระดูกหมูอ่อนและน้ำต้มกระดูกอ่อน มาใส่ชาม
  6. ใส่พริกป่น ผักชีฝรั่ง ต้นหอม หั่นลงไป คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ต้มแซ่บกระดูกหมู เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่
ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ต้มแซ่บเนื้อน่องลาย

เมนูต้มแซ่บ

ใครชอบเนื้อ สามารถนำมาทำ ต้มแซ่บ ได้ โดยจะใช้เศษเนื้อวัว เนื้อวัวหั่นชิ้น หรือ เนื้อน่องลาย ตามสูตร ของ Youtuber ช่อง อร่อยพุง ที่นำมาฝากกันก็ได้ รับรองว่า อร่อยไม่แพ้ ต้มแซ่บกระดูกหมูแน่นอน

ส่วนผสม

  • เนื้อน่องลาย 500 กรัม
  • ข่าหั่นแว่น 6 ชิ้น
  • ตะไคร้หั่น 2 ต้น
  • หอมแดง 2 หัว
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • พริกแห้ง 1 ถ้วย
  • ผักชีฝรั่ง 3 ใบ
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล ½ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อ เปิดไฟแรง ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข่าหั่นแว่นลงไป ตามด้วยตะไคร้หั่น หอมแดง และเนื้อน่องลายหั่นชิ้น ต้มต่อไปจนกว่าน้ำจะเดือดอีกรอบ หากมีฟองขึ้นมา ให้คอยช้อนฟองออกเป็นระยะ ๆ
  2. พอน้ำเดือดดีแล้ว ให้ลดไฟลงเป็นไฟกลาง ต้มทิ้งไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  3. เมื่อครบเวลาแล้ว ให้ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก คนให้เข้ากัน
  4. เตรียมชามใส่ต้มแซ่บ ใส่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว น้ำตาล ตามด้วยพริกแห้ง และ ผักชีฝรั่งเตรียมไว้
  5. ตักต้มแซ่บเนื้อที่ต้มไว้ลงไปในชาม เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ต้มแซ่บเนื้อน่องลาย เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่
ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ต้มแซ่บไก่

ต้มแซ่บ

อยากนำไก่บ้าน มาทำต้มแซ่บ ก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่เนื้อไก่ที่จะนำมาต้มนั้น หากอยากให้เนื้อนุ่ม กินอร่อย แนะนำให้ใช้เนื้อไก่อ่อน เพื่อให้เคี้ยวง่าย ไม่ติดฟัน สูตรจาก Youtuber ช่องกินได้อร่อยด้วย รับรองว่า ทานแล้ว จะติดใจแน่นอน

ส่วนผสม

  • ไก่บ้าน 1,200 กรัม
  • น้ำ 1,300 กรัม
  • หอมแดง 100 กรัม
  • กระเทียม 20 กรัม
  • พริกไทย 1 ช้อนชา
  • ตะไคร้ 50 กรัม
  • ข่า 50 กรัม
  • พริกแห้ง 20 กรัม
  • มะเขือเทศ 100 กรัม
  • ผักชีฝรั่ง 20 กรัม
  • ใบมะกรูด 2 กรัม
  • น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
  • ผงชูรส 1 ½ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำพริกแห้งมาคั่วในกระทะให้มีกลิ่นหอม จากนั้น นำมาตำในครก ให้พอบุบ
  2. ตำเมล็ดพริกไทยให้แหลก เสร็จแล้ว หั่นตะไคร้ หอมแดง กระเทียม ข่า มะเขือเทศ ผักชีฝรั่ง เตรียมไว้
  3. ตั้งหม้อ เปิดไฟแรง ต้มน้ำให้เดือด ใส่หอมแดง กระเทียม พริกไทย ตามด้วยเนื้อไก่บ้านลงไป ต้มต่อไปจนกว่าเนื้อไก่จะสุกและเปื่อยตามที่ต้องการ หากน้ำเดือดแล้วมีฟอง ให้คอยช้อนฟองออกเป็นระยะ ๆ
  4. พอไก่สุกและน้ำเดือดดีแล้ว ให้ลดเป็นไฟกลาง ใส่มะเขือเทศ ข่า ตะไคร้ พริกแห้ง และน้ำปลา คนให้เข้ากัน
  5. โรยใบมะกรูดและผงชูรส ลงไป พอคนให้เข้ากันแล้ว ให้ปิดไฟ เสร็จแล้ว บีบน้ำมะนาว ปรุงน้ำต้มแซ่บให้ได้รสชาติเปรี้ยวเค็มตามต้องการ เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ต้มแซ่บไก่ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ต้มแซ่บเอ็นแก้ว

เมนูต้มแซ่บ

หากไม่ชอบทาน ต้มแซ่บกระดูกหมู เพราะขี้เกียจแทะ หรือ ไม่ชอบกัดกระดูกหมูให้ฟันเสีย แนะนำให้ใช้เอ็นหมูแทน เพราะมีเนื้อสัมผัสนุ่ม เด้งดึ๋ง ทานแล้ว เคี้ยวมันไม่แพ้กัน สูตรจาก Youtuber ช่อง กับข้าวกับปลาโอ โดยก่อนนำมาต้ม แนะนำให้คลุกกับน้ำส้มสายชูก่อน แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด จะช่วยลดกลิ่นคาวได้

ส่วนผสม

  • เอ็นแก้วหมู 500 กรัม
  • เห็ดฟาง ตามชอบ
  • ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น
  • ข่าหั่นแว่น 4 แว่น
  • รากผักชี 2 ราก
  • หอมแดง 7 – 8 หัว
  • ใบมะกรูดฉีก 3 – 4 ใบ
  • ใบโหระพา ตามชอบ
  • ผักชีฝรั่งหั่น 4 ต้น
  • พริกแห้ง 20 กรัม
  • น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ (ปรับได้ตามชอบ)

วิธีทำ

  1. ใส่น้ำส้มสายชู คลุกกับเอ็นแก้วหมูให้ทั่ว จากนั้น ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด 2 – 3 รอบ เสร็จแล้ว หั่นให้เป็นชิ้นเล็ก
  2. หั่นตะไคร้ ข่า ผักชีฝรั่ง เห็ดฟาง เตรียมไว้ แล้วนำรากผักชี หอมแดง มาทุบด้วยสันมีด เพื่อให้มีกลิ่นออกมา พร้อมกับตำพริกแห้ง บดให้พอแหลก
  3. ตั้งหม้อ เปิดไฟแรง ต้มน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข่าหั่นแว่น รากผักชี ลงไป เสร็จแล้ว ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา คนให้เข้ากัน
  4. พอน้ำเดือดดีแล้ว ใส่เห็ดฟางลงไป ตามด้วยเอ็นแก้วหมู ต้มให้สุก
  5. โรยใบมะกรูดและผักชีลงไป พอน้ำเดือดดีแล้ว ให้ปิดไฟ
  6. โรยพริกแห้ง ข้าวคั่ว ใบโหระพาลงไปตามชอบ เสร็จแล้ว บีบน้ำมะนาว ลงไป คนทุกอย่างให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ต้มแซ่บเอ็นหมู เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

กระถางผ้า กระถางผ้าปลูกต้นไม้
กระถางผ้า กระถางผ้าปลูกต้นไม้

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ต้มแซ่บปลากระพง

ต้มแซ่บ

ปิดท้ายกันด้วย ต้มแซ่บ ที่ใช้เนื้อปลาเป็นหลักกันบ้าง กับเมนู ต้มแซ่บปลากระพง เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ จึงเหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ แต่อยากชอบทานอะไรแซ่บ ๆ ซึ่งสูตรจาก TomJoke Foodtv สูตรนี้ สามารถประยุกต์กับเนื้อปลาได้ทุกชนิดเลย ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาช่อน หรือ ปลาอื่น ๆ ตามต้องการ

ส่วนผสม

  • ปลากระพง 1 ตัว
  • ข่าอ่อน 5 แว่น
  • ตะไคร้ 3 ต้น
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • หอมแดง 2 หัว
  • มะเขือเทศหั่นซีก 1 ลูก
  • ผักชีฝรั่งหั่น 1 ต้น
  • น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวน 15 กรัม
  • พริกแห้ง 10 กรัม

วิธีทำ

  1. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ ประมาณครึ่งหนึ่ง จากนั้น เปิดไฟแรง ต้มน้ำให้เดือด
  2. จากนั้น ใส่ข่าอ่อน ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศลงไป รอ 3-4 นาที เพื่อให้น้ำต้มยำมีกลิ่นหอม
  3. ใส่เนื้อปลากระพงลงไป ต้มให้เนื้อปลาสุก ใช้เวลา 5-8 นาที ระหว่างต้มให้คอยช้อนฟองที่ลอยขึ้นมา เพื่อให้น้ำต้มยำมีความใส
  4. เมื่อเนื้อปลาสุกแล้ว ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน ใส่เกลือ พริกขี้หนูสวน คนให้เข้ากัน ต้มต่ออีกสักพักหนึ่ง แล้วให้ปิดไฟ
  5. ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาล น้ำปลา คนให้น้ำตาลละลาย แล้วใส่น้ำมะนาว ลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้น โรยผักชีฝรั่ง และพริกแห้ง ตกแต่งปิดท้าย เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ต้มแซ่บปลากระพง เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่
ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

เป็นยังไงกันบ้างกับเมนู ต้มแซ่บ แต่ละแบบที่นำมาฝากกัน แค่เห็นก็แซ่บซี้ด น่ารับประทานมาก ๆ แล้วใช่มั้ยล่ะ หากใครชอบเมนูน้ำแกงที่ทำง่าย ซดแล้วคล่องคอ ใช้วัตถุดิบไม่เยอะแล้วละก็ ลองไปทำตามสูตรต้มแซ่บแต่ละแบบ ที่เรานำมาฝากกันได้ รับรองว่าทานได้ทุกวัน ไม่มีเบื่อแน่นอน

ส่วนใครที่อยากจะเก็บเครื่องต้มแซ่บ ให้เป็นระเบียบ รวมถึงเก็บรักษาได้นาน ไม่ต้องไปซื้อที่ตลาดใหม่ตลอดแล้วละก็ แนะนำให้เก็บในถุงร้อน ถุงเย็น หรือ ถุงซีลสุญญากาศ แล้วใช้ เครื่องซีลถุง ของ SGE ปิดปากให้เรียบร้อย เพราะมีแถบซีลที่หนา ช่วยให้ปิดปากถุงได้สนิท นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้การทำงานคล่องตัว ปิดปากถุงได้จำนวนมาก หากสนใจคลิกดูเพิ่มเติมที่ https://www.sgethai.com/bag-sealers/

20 April 2022

โดย

Pres

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment


00
:
00
:
00