เทคนิคละลายอาหารแช่แข็ง ทำยังไงให้สดใหม่ ไม่เสียคุณภาพ?

อัปเดตเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2025

เทคนิค ละลายอาหารแช่แข็ง ทำยังไงให้สดใหม่ ไม่เสียคุณภาพ?

ละลายอาหารแช่แข็ง ดูเหมือนจะง่าย แต่หากทำผิดวิธีก็อาจทำให้วัตถุดิบเสียหายได้ง่ายเช่นกัน วันนี้จึงขอแนะนำ เทคนิคละลายอาหารแช่แข็ง ให้สดเหมือนใหม่ พร้อมบอกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการแช่แข็งอาหาร ใช้แบบไหนดีที่สุด! มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ

ทำไมต้อง ละลายอาหารแช่แข็ง ให้ถูกวิธี

การละลายอาหารแช่แข็ง เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหารที่ผ่านการแช่แข็ง ดังนั้น การละลายอาหารแช่แข็งอย่างถูกวิธี มีเหตุผลสำคัญหลัก ๆ ได้แก่

ป้องกันอันตรายจากแบคทีเรีย

การนำอาหารแช่แข็งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเป็นการยืดอายุของอาหาร แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ทำให้หลังละลายอาหารแช่แข็ง เชื้อแบคทีเรียกลับมาเติบโตอีกครั้ง แต่หากละลายอาหารแช่แข็งอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยควบคุมอุณหภูมิและชะลอการเติบโตของเชื้อให้น้อยที่สุด 

รักษาคุณภาพของอาหาร

อาหารที่ผ่านการทำละลายไม่ถูกวิธี อาจมีรสชาติ หรือเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนไป เช่น ความเข้มข้นและมิติของรสชาติอาหารลดลง รสชาติจืดชืด, เนื้อสัตว์เกิดการเปลี่ยนสภาพ (ร่วน, เป็นขุย, หรือหยาบกระด้าง) และอาจทำให้เกิดกลิ่นหืน

ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึง 

ระหว่างการปรุงอาหาร หากทำการละลายอาหารไม่หมด อาจทำให้ด้านนอกไหม้เกรียม ขณะที่แกนกลางยังเป็นน้ำแข็งและยังคงมีความเย็นจัดอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลานานมากในการถ่ายเทความร้อน ทำให้อาหารสุกไม่ทั่ว และมีบางส่วนที่ยังดิบ

เทคนิค ละลายอาหารแช่แข็ง ในถุงซีลสุญญากาศ

สำหรับเทคนิคละลายอาหารแช่แข็ง มีหลากหลายวิธีให้เลือก แต่ละวิธีก็จะมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันออกไป  รวมถึงระยะเวลาในการทำละลาย คุณภาพของอาหาร และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแตกต่างกันไปด้วย โดยเทคนิคการละลายอาหารแช่แข็ง ที่แนะนำหลัก ๆ มีดังนี้

ละลายในตู้เย็น

ละลายอาหารแช่แข็ง ในตู้เย็น

วิธีทำ: นำอาหารในถุงซีลสุญญากาศ ที่ผ่านการแช่แข็ง มาวางในตู้เย็นช่องธรรมดา ในอุณหภูมิ 1-2 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ปลอดภัยต่อการแบ่งตัวของแบคทีเรีย จากนั้นหาภาชนะมารองน้ำที่อาจหยดระหว่างการละลายอาหารแช่แข็ง

เหมาะสำหรับ: การรักษาคุณภาพ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอาหารทะเล

ข้อดี: รักษาคุณภาพ เนื้อสัมผัส และรสชาติของอาหารได้ดีที่สุด 

ข้อเสีย: ใช้เวลานาน จึงต้องมีการวางแผนการปรุงล่วงหน้า, น้ำจากเนื้อที่ละลายอาจไปปนเปื้อนอาหารอื่น หากไม่มีการป้องกัน

ละลายในน้ำเย็น

ละลายอาหารแช่แข็ง ในน้ำเย็น

วิธีทำ: นำอาหารแช่แข็งในถุงซีลสุญญากาศ แช่ลงในน้ำเย็น และควรหาอะไรมาทับด้านบน เพื่อให้ถุงซีลสุญญากาศอยู่ในน้ำตลอดเวลา จากนั้นพยายามเปลี่ยนน้ำทุก 30 นาที เพื่อให้ทำละลายได้เร็วขึ้น

เหมาะสำหรับ: อาหารทะเลสดแช่แข็ง เช่น กุ้ง ปลาหมึก หรืออาหารที่ต้องการละลายอย่างรวดเร็ว 

ข้อดี: ใช้เวลาในการละลายไม่นานมาก และยังคงคุณภาพ เนื้อสัมผัส ของอาหารไว้ได้

ข้อเสีย: ต้องคอยเช็คเรื่อย ๆ ว่าละลายหมดหรือยัง และควรนำมาปรุงให้หมดในครั้งเดียว

ละลายด้วยไมโครเวฟ

ละลายอาหารแช่แข็ง ด้วยไมโครเวฟ

วิธีทำ: นำอาหารออกจากถุงซีลสุญญากาศ แล้ววางบนภาชนะที่เข้าไมโครเวฟได้เพื่ออุ่น โดยไมโครเวฟบางเครื่องมีระบบละลายน้ำแข็งอยู่แล้ว ให้ใช้โปรแกรมละลายน้ำแข็ง ด้วยกำลังไฟต่ำ-ปานกลาง (ประมาณ 160-200 วัตต์) 

เหมาะสำหรับ: เนื้อสัตว์แช่แข็งพร้อมปรุง หรืออาหารที่ต้องการความรวดเร็ว 

ข้อดี: ใช้เวลาละลายอาหารแช่แข็งน้อย สะดวก รวดเร็ว สามารถนำไปปรุงอาหารต่อได้ทันที

ข้อเสีย: ต้องคอยเช็กและพลิกอาหารบ่อยๆ เพื่อให้ละลายทั่วถึง และรสชาติอาหารอาจผิดเพี้ยนไปจากเดิม

ละลายด้วยหม้อสเตนเลส

ละลายอาหารแช่แข็ง ด้วยหม้อสเตนเลส

วิธีทำ: ห่อเนื้อแช่แข็งด้วยฟิล์มถนอมอาหาร แล้ววางไว้ระหว่างก้นหม้อสเตนเลสสองใบที่คว่ำหัวลง ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที หม้อจะช่วยดึงความเย็นออกจากเนื้อ 

เหมาะสำหรับ: เนื้อสัตว์แช่แข็งพร้อมปรุง

ข้อดี: สามารถทำให้ละลายได้เร็วขึ้นภายในประมาณ 10-15 นาที อีกทั้งยังช่วยรักษารสชาติ และเนื้อสัมผัสของอาหารไว้ได้

ข้อเสีย: ต้องนำไป ปรุงให้สุกทันที ที่อาหารละลายน้ำแข็งหมดแล้วเท่านั้น

อาหารแช่แข็ง ควรใช้ถุงแบบไหน

การเลือกถุงสำหรับใส่อาหารที่ต้องการนำไปแช่แข็ง เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษา คุณภาพ และความปลอดภัยของอาหาร 

ถุงที่ดีและเหมาะสำหรับการใส่อาหารเพื่อนำไปแช่แข็ง ควรมีคุณสมบัติหลัก 2 ประการ คือ หนาและทนทาน เพื่อป้องกันการรั่วซึม และ ลดการสัมผัสอากาศ เพื่อป้องกันการไหม้จากความเย็น (Freezer Burn) ซึ่งประเภทถุงที่เข้าข่ายและสามารถนำมาใช้ได้ มีดังนี้

ถุงซีลสุญญากาศ (Vacuum Seal Bags)

ถุงประเภทนี้ถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในการถนอมอาหารแบบแช่แข็ง ใช้งานร่วมกับเครื่องซีลสุญญากาศเพื่อไล่อากาศออกจากถุงอย่างหมดจด โดยมี ‘ ถุงซีลสุญญากาศแช่แข็ง ’ ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการแช่แข็งวัตถุดิบโดยเฉพาะ !

  • คุณสมบัติ: ผลิตจากพลาสติกหนาหลายชั้นที่ออกแบบมาเพื่อกักเก็บสุญญากาศและป้องกันการซึมผ่านของอากาศได้ดีเยี่ยม
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการเก็บรักษาอาหารทุกประเภทที่ต้องการยืดอายุการเก็บให้นานที่สุด เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักปรุงสุก หรือชีส

2.ถุงซิปล็อกสำหรับช่องแช่แข็ง (Freezer Ziploc Bags)

ถุงซิปล็อกสำหรับช่องแช่แข็ง

ถุงซิปล็อกทั่วไปถูกแบ่งออกเป็นรุ่นมาตรฐานและรุ่นสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ

  • คุณสมบัติ: รุ่นสำหรับแช่แข็งถูกออกแบบให้มีพลาสติกที่หนากว่าปกติมาก และมีระบบซิปล็อกที่แข็งแรงแน่นหนาเป็นพิเศษ เพื่อให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่ต่ำมากและป้องกันไม่ให้ของเหลวรั่วซึม 
  • การใช้งาน: ได้รับความนิยมที่สุดในครัวเรือนทั่วไป เหมาะสำหรับเนื้อสัตว์แบ่งส่วน ผักผลไม้ชิ้นเล็ก หรือซุปที่ถูกทำให้เย็นลงแล้ว

3.ถุงสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ (Heavy-Duty Freezer Bags)

ถุงสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ

เป็นถุงพลาสติกที่มีความหนาพิเศษ คล้ายกับถุงซิปล็อกแต่ไม่มีตัวซิปล็อก 

  • คุณสมบัติ: มีความทนทานต่อการแตกหักและการขีดข่วนจากขอบคมของอาหารแช่แข็งได้สูง
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับอาหารที่มีรูปร่างไม่แน่นอน หรืออาหารที่มีน้ำหนักมาก การปิดผนึกมักใช้วิธีการบีบไล่อากาศออกและใช้ยางรัดหรือเทปปิดปากถุงให้แน่น

ข้อดีของการใช้ถุงซีลแช่แข็ง

การใช้ถุงซีลสุญญากาศแช่แข็ง หรือ ถุงไนล่อน ในการแช่แข็งอาหาร มีข้อดีที่ตอบโจทย์การแช่อาหารมากกว่าการใช้ถุงธรรมดาทั่วไป ดังนี้

  • ป้องกันการไหม้จากความเย็น (Freezer Burn) ได้ดีที่สุด เพราะเครื่องซีลสุญญากาศจะดูดอากาศออกไปจนหมด จึงไม่มีช่องว่างให้ไอน้ำและความชื้นในอาหารระเหยไปเกาะเป็นผลึกน้ำแข็ง
  • รักษารสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหาร ให้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับอาหารสดมากที่สุด
  • ยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร ให้เก็บได้นานขึ้นกว่าการใช้ถุงซิปล็อกปกติ 2-3 เท่า เนื่องจากไม่มีอากาศที่เป็นตัวเร่งการเสื่อมสภาพ
  • ประหยัดพื้นที่และจัดการง่าย เพราะถุงซีลสุญญากาศจะแนบสนิทไปกับอาหาร ทำให้สามารถจัดรูปร่างอาหารให้แบนและซ้อนทับกันได้ง่าย ช่วยประหยัดพื้นที่ในช่องแช่แข็งได้อย่างมาก
  • ปลอดภัยในการละลายน้ำแข็ง ถุงซีลที่ปิดสนิทช่วยป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกเข้าสู่อาหารระหว่างการละลายในน้ำเย็นได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยรักษาความสะอาดของอาหาร และป้องกันการปนเปื้อนได้เป็นอย่างดี

ข้อควรระวังในการ ละลายอาหารแช่แข็ง

  • ห้ามละลายที่อุณหภูมิห้อง การปล่อยอาหารทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานกว่า 2 ชั่วโมง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเติบโตของแบคทีเรีย
  • ห้ามแช่แข็งซ้ำ อาหารที่ละลายแล้ว ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งซ้ำอีกครั้ง หากยังไม่ได้นำไปปรุงสุก เพราะคุณภาพจะแย่ลงมาก และเสี่ยงต่อการสะสมของแบคทีเรีย
  • ห้ามละลายในน้ำร้อน น้ำร้อนจะทำให้อาหารเสียรสชาติและเนื้อสัมผัส และแบคทีเรียอาจเจริญเติบโตได้ง่าย
  • ควรวางอาหารที่กำลังละลายในตู้เย็น บนถาดหรือภาชนะมีขอบ เพื่อรองรับน้ำที่หยด และควรวางไว้ บนชั้นล่างสุด ของตู้เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดลงไปบนอาหารอื่นๆ ที่พร้อมทาน
  • หากละลายปลาหรืออาหารทะเลในถุงซีล ต้องนำอาหารออกจากถุงทันที ที่อาหารละลายหมด หรือภายใน 2 ชั่วโมงหลังการละลาย เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อ Clostridium botulinum

เทคนิค ละลายอาหารแช่แข็ง มีหลากหลายวิธีและมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป สามารถเลือกได้ตามความสะดวก แต่นอกจากการทำละลายให้ถูกวิธีแล้ว อย่าลืมที่จะเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับแช่แข็งให้เหมาะสม เพื่อคงคุณภาพของอาหารให้สดใหม่ โดยถุงซีลสุญญากาศแช่แข็ง ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและช่วยรักษารสชาติกับเนื้อสัมผัสของอาหารได้ดีที่สุด

สำหรับใครที่อยากเก็บอาหารแช่แข็งไว้นาน ๆ แต่ยังหาบรรจุภัณฑ์ไม่ได้ ทาง SGE ศูนย์รวมเครื่องจักรแปรรูป เครื่องจักรด้านอาหารและการเกษตร มี ถุงซีลสุญญากาศ คุณภาพดี จำหน่ายหลายประเภทให้เลือกซื้อตามการใช้งาน สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ SGE หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์  02-212-8127 หรือ 086-199-8958 ตลอดระยะเวลาทำการ

SGE เพื่อนซี้คู่คิดพ่อค้า แม่ค้า ธุรกิจ SME

เราจำหน่ายเครื่องซีลสูญญากาศ เครื่องจักรแปรรูปอาหารและเบเกอรี่ ให้เลือกกว่า 1,000 รายการ! รับประกันคุณภาพ ราคาคุ้มค่า! และมีทีมช่างมืออาชีพให้บริการหลังการขาย พร้อมอะไหล่สำรอง

ทดลองสินค้าจริงที่โชว์รูม ฟรี!

  • สาขาสาทร (สำนักงานใหญ่) ที่ตั้ง 658 ซ.เจริญกรุง 67 ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ

  • 086-1998958

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย

ความคิดเห็น (Comments)

0 0 โหวต
Article Rating
guest
0 Comments
โหวตสูงสุด
ใหม่สุด เก่าสุด
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด