ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

10,487 Views

คัดลอกลิงก์

วิธีทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ให้ถั่วนุ่ม หวานอร่อย

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ของหวานในวัยเด็กที่ทุกคนคุ้นเคย ซึ่งมักจะเสิร์ฟให้เป็นประจำในมื้อกลางวันของเรา เพราะทานง่าย แถมอร่อย เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย จึงทำให้กลายเป็นของหวานอมตะ ที่ไม่ว่าใครต่างก็ทานได้

ถ้าหากใครอยากทำของหวานง่าย ๆ ไว้ทานเอง หรือ ให้เด็ก ๆ ที่อยู่ที่บ้าน หรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ได้กินอะไรง่าย ๆ แต่อิ่มเต็ม ๆ คำ SGE ขอแนะนำเคล็ดลับการทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ที่จะทำให้ถั่วเขียวนุ่ม หวานหอมอร่อย กินเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีเบื่อ ส่วนจะทำง่ายแค่ไหน และมีขั้นตอนการทำอย่างไร มาดูกันเลย

รู้จักกับ ถั่วเขียว ถั่วมหัศจรรย์

ถั่วเขียว

ถั่วเขียว (Green Bean หรือ Mung Bean) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus aureus L. เป็นพืชในตระกูลถั่ว เช่นเดียวกับถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วแขก และถั่วพู มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบอินเดีย พม่า อินโดนีเซีย และไทย มีลักษณะเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณ 1 ปี ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 40 เซนติเมตร

ลักษณะที่สังเกตได้ จะมีขนตามลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ โดยใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มี 3 ใบย่อย ลักษณะเป็นใบตั้งรูปใข่ บ้างก็คล้ายรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจะ ลักษณะดอกเหมือนดอกถั่วทั่วไป มีสีเหลือง ส่วนเมล็ดมีสีเขียวรูปกึ่งกลม

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ประโยชน์ของถั่วเขียว

ถั่วเขียว

1. ทำเป็นของคาวและของหวาน

ถั่วเขียว ถูกแปรรูปมาทำเป็นของคาว โดยส่วนใหญ่แล้ว มักถูกนิยมนำมาทำเป็นแป้ง วุ้นเส้น หรือนำไปเพาะเป็นต้นอ่อน เพื่อเป็นถั่วงอก สำหรับนำมาปรุงเป็นอาหาร โดยถั่วงอกจะมีปริมาณวิตามินซีที่มากกว่าถั่วเขียวที่เป็นเมล็ด ส่วนของหวาน สามารถนำไปต้มแล้วรับประทานได้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ถั่วเขียวต้มน้ำขิง ถั่วเขียวต้มรากบัว หรือจะนำไปทำเป็นถั่วกวน ลูกชุบ หรือ นำมาทำเป็นไส้ขนมต่าง ๆ ก็ได้

2. มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

การทานถั่วเขียวต้มสุก 100 กรัม จะได้รับพลังงานถึง 21 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ ยังได้รับสารอาหารอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินบี วิตามินอี วิตามินซี โดยยังจะได้รับแคลเซียมถึง 12 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม และโพแทสเซียมมากถึง 101 มิลลิกรัม เลยทีเดียว
3. ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ

ถั่วเขียวดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง เพราะจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Human and Experimental Toxicology เมื่อปี 2011 พบว่า การรับประทานถั่วเขียวสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL Cholerterol) และช่วยยับยั้งภาวะออกซิเดชั่นของไขมันที่จะไปทำลายหลอดเลือดได้ ทำให้นอกจากคอเลสเตอรอลลดลลง ยังป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย

4. ป้องกันและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

สารโพลีฟีนอลและโอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide) ในถั่วเขียวมีปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งจากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรกรรมแห่งชาติจีน พบว่าสารทั้ง 2 ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และป้องกันไม่ให้เกิดเนื้อร้าย ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระในถั่วเขียว ก็ยังช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลายและกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

5. แก้ร้อนใน ดีต่อกระเพาะอาหาร

ถั่วเขียว มีฤทธิ์แก้ร้อนในและแก้พิษในฤดูร้อน รวมถึงยังช่วยบำรุงกระเพาะอาหารได้อีกด้วย ดังปรากฏในตำรายาจีนที่มีชื่อว่า คัมภีร์ “เปิ่นเฉ่ากังมู่” (本草纲目 ) ที่ได้กล่าวถึงสรรพคุณของถั่วเขียวไว้ว่า “เป็นยาลดบวม ขับพิษ ขับร้อน แก้ร้อนจากแดด และอาการกระหายน้ำ บำรุงจิตประสาทและหยวนซี่ เข้าเส้นลมปราณ หัวใจ กระเพาะอาหาร”

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล (สูตรแช่น้ำ)

ถั่วเขียว

ถั่วเขียวต้มน้ำตาลสูตรนี้ เพื่อให้เมล็ดนุ่ม เคี้ยวง่าย จะต้องนำไปแช่น้ำอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง หรือ ค้างคืนได้ยิ่งดี เพื่อให้เมล็ดนิ่มลง แล้วจึงนำมาต้มให้ถั่วเขียวสุกดี จากนั้น ค่อยใส่น้ำตาลลงไปให้มีรสหวาน เท่านี้ก็จะได้ของหวานรสชาติอร่อยแล้ว โดยเคล็ดลับของสูตรนี้คือ ใส่ใบเตยลงไปต้มด้วย ก็จะทำให้น้ำต้มถั่วเขียวมีรสชาติหวานหอม ซดน้ำได้คล่องคอมากกว่าเดิม

ส่วนผสม

  • ถั่วเขียว 200 กรัม
  • น้ำ 1,500 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 150 กรัม (หวานน้อย 120 กรัม)
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา
  • ใบเตย 2 ใบ

วิธีทำ

  1. นำถั่วเขียวไปล้างทำความสะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 8 – 10 ชั่วโมง หรือ ค้างคืน
  2. เทใส่กระชอน กรองน้ำออก แล้วนำไปล้างน้ำ กรองน้ำอีกรอบ พักให้สะเด็ดน้ำ
  3. จากนั้น นำถั่วเขียวใส่หม้อ ใส่น้ำเปล่า 1,500 มิลลิลิตร ลงไป แล้วนำไปต้ม ใช้ไฟแรง ต้มนาน 15 – 25 นาที ให้ถั่วเขียวสุกก่อน
  4. ระหว่างต้ม ถ้าน้ำเดือดแล้วมีฟอง ให้คอยช้อนฟองออก แล้วใส่ใบเตยลงไป 2 ใบ ให้น้ำมีกลิ่นหอม
  5. พอน้ำเดือดแรง ให้ลดลงเป็นไฟกลาง ต้มต่อไป จนกว่าถั่วเขียวจะสุก เนื้อพอง บานออก และนิ่มลงเป็นอันใช้ได้ โดยให้ลองชิมว่าเนื้อนิ่ม จนเป็นที่พอใจแล้วหรือยัง
  6. เสร็จแล้ว ใส่น้ำตาลลงไป 1 กระบวย หรือ 150 กรัม คนให้น้ำตาลละลายดี
  7. สุดท้าย ให้ใส่เกลือลงไป 1 หยิบมือ หรือ 1/8 ช้อนชา
  8. ชิมอีกครั้ง ถ้ายังหวานไม่พอ ให้เติมน้ำตาลลงไปอีก แต่ให้ระมัดระวังอย่าใส่เยอะเกิน เพราะถ้าเย็นตัวลง น้ำต้มถั่วเขียวจะหวานกว่าเดิม

ดูวิธีการทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล (สูตรแช่น้ำ) เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล (สูตรไม่แช่น้ำ)

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ใครไม่อยากนำถั่วเขียวไปแช่น้ำค้างคืน อยากทำแล้วกินเลย ให้ใช้สูตรนี้ โดยให้ใส่ช้อนสแตนเลสลงไปต้มกับถั่วเขียวด้วย ก็จะทำให้ถั่วเขียวพองและสุกง่ายขึ้น จากนั้น พอถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้ใส่น้ำตาลโตนด น้ำตาลทราย แล้วเติมเกลือเล็กน้อย เพื่อดึงรสหวาน โดยเพื่อให้มีรสชาติหวานกลมกล่อมมากขึ้น ให้ทำน้ำกะทิผสมกับเกลือ สำหรับราดไว้ด้านบน เสิร์ฟคู่กันด้วย ก็จะทำให้ถั่่วเขียวชามนี้หวานหอม อร่อยไม่เหมือนใครแน่นอน แต่ถ้าใครกลัวว่าสูตรนี้จะหวานมากเกินไป สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณน้ำตาลตามที่ต้องการได้เลย

ส่วนผสม

  • ถั่วเขียว 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 3 ลิตร
  • น้ำตาลปิ๊ป 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำถั่วเขียวมาล้างทำความสะอาด ด้วยน้ำเปล่า 3 รอบ แล้วกรองน้ำออกพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ใส่ถั่วเขียวลงในหม้อ ใส่น้ำลงไปให้ท่วมถั่วเขียว ประมาณ 1 ลิตร แล้วใส่ช้อนสแตนเลส 2 คันลงไป ปิดฝา แล้วเปิดไฟแรง ต้มประมาณ 10 นาที
  3. เมื่อน้ำเดือดแล้ว ให้เติมน้ำเปล่าลงไปอีก 1 ลิตร ปิดฝาแล้วรอน้ำเดือดอีกรอบ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
  4. พอน้ำเดือดอีกครั้ง ให้เติมน้ำเปล่าลงไปอีก 1 ลิตร ปิดฝา พอน้ำเดือดได้ที่ และถั่วเขียวพอง บานออกจนนิ่มลง ให้ปิดไฟลงก่อนล้วเอาช้อนสแตนเลสสขึ้น
  5. ใส่น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ คนจนน้ำตาลละลายดี จากนั้น ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา เพื่อดึงรสหวานขึ้นมามากขึ้น
  6. เตรียมหม้ออีก 1 ใบ ใส่กะทิลงไป 1 กล่อง เกลือ 1/2 ช้อนชา คนให้เกลือละลายดี
  7. ตักถั่วเขียวใส่ชาม เสิร์ฟคู่กับน้ำกะทิ ไว้ราดกินคู่กัน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล (สูตรไม่แช่น้ำ) เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ข้อควรระวังในการทานถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

1. ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ถึงแม้ว่า ถั่วเขียวจะมีประโยชน์มาก แต่การทานถั่วเขียวต้มน้ำตาลก็อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน รวมถึงผู้สูงอายุที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จึงควรที่จะเลือกทานถั่วเขียวที่ต้มกับน้ำสมุนไพรอื่น ๆ มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นถั่วเขียวต้มน้ำขิง ถั่วเขียวต้มน้ำรากบัว ฯลฯ

2. ผู้ที่มีอาการแพ้ถั่ว ไม่ควรรับประทาน

หากใครแพ้ถั่ว ไม่ควรรับประทานถั่วเขียวต้มน้ำตาล รวมถึงผู้ที่มีโรคและปัญหาสุขภาพบางประการ โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ หญิงที่ให้นมบุตร และผู้ที่แพ้โปรตีน เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าเมล็ดถั่วเขียวมีสารก่อภูมิแพ้โปรตีนซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ถือเป็นของหวานยอดฮิตและทำง่าย เหมาะกับการทำทานในครอบครัว ซึ่งถ้าหากใครอยากทานอะไรที่ง่าย ๆ แต่อร่อย ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างก็สามารถทำได้ แนะนำให้ลองทำเมนูนี้ดู ตามสูตรที่นำมาฝาก รับรองว่า อร่อยแน่น ประโยชน์เต็ม ๆ คำแน่นอน

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ ถุงซีลสูญญากาศ ตู้อบลมร้อน เตาอบขนม

ฝากเยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานเราด้วยนะคะ 🥺🙏🏻

30 มกราคม 2024

โดย

Pres

ความคิดเห็น (Comments)

guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด