สำหรับใครที่ชื่นชอบรับประทานผลไม้ อย่าง “มังคุด” นั้น ทราบหรือไม่ว่านอกจากความอร่อย หอมหวาน และถูกยกให้เป็นราชินีผลไม้แล้ว สรรพคุณของผลไม้ชนิดนี้ ก็มีเขียนบอกไว้นานาประการ แต่ก็ทานเยอะไปก็ไม่ดี บทความที่ SGE ได้นำมาฝากกันในวันนี้ เราจะพาทุกคนไม่รู้จักกับ มังคุด ราชินีผลไม้ไทย ว่าจะมีประโยชน์ และสรรพคุณมากมายขนาดไหน ไปดูกันเลย

มังคุด คืออะไร?

มังคุด (Mangosteen) คือ ผลไม้ชนิดหนึ่งของไทย ได้รับสมญานามว่า “ราชินีของผลไม้” เพราะว่ามีกลีบเลี้ยงที่เหมือนมงกุฎ โดยมังคุดเป็นผลไม้เมืองร้อน ผลมังคุด มีลักษณะเป็นผลทรงกลมขนาดพอดีมือ เปลือกหนาสีม่วงอมแดง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมังคุด

มังคุด มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ดังนี้ มังคุดเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยวเนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีอ่อนกว่า ดอกเดี่ยว หรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่งสมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยง สีเขียวอมเหลือง ติดอยู่จนเป็นผลกลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม เปลือกนอกค่อนข้างแข็ง เมื่อแก่เต็มที่มีสีม่วงแดง ยางสีเหลืองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 เซนติเมตร เนื้อในมีสีขาวฉ่ำน้ำ อาจมีเมล็ดอยู่ในเนื้อผลได้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผลจำนวนกลีบของเนื้อ จะเท่ากับจำนวนกลีบดอกที่อยู่ด้านล่างของเปลือกเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร

220114-Content-มังคุดราชินีผลไม้-ประโยชน์มากมาย-ไม่ได้มีแค่อร่อย02

ส่วนของเนื้อผลที่กินได้ของมังคุด เป็นชั้นเอนโดคาร์ป (endocarp) ซึ่งพัฒนามาจากเปลือกหุ้มเมล็ดเรียกว่า aril มีสีขาว มีกลิ่นหอมส่วนล่างสุดของผลที่เป็นแถบสีเข้มที่ติดอยู่เรียงเป็นวง พัฒนามาจากปลายยอดเกสรตัวเมีย (stigma) มีจำนวนเท่ากับจำนวนเมล็ดภายในผลเมล็ดมังคุด เพาะยาก และต้องได้รับความชื้นจนกว่าจะงอก เมล็ดมังคุด เกิดจากชั้นนิวเซลลาร์ ไม่ได้มาจากการปฏิสนธิเมล็ดจะงอกได้ทันที เมื่อออกจากผล แต่จะตายทันทีที่แห้ง

มังคุดมีพันธุ์พื้นเมืองเพียงพันธุ์เดียว แต่ถ้าปลูกต่างบริเวณกัน อาจมีความผันแปรไปได้บ้างในประเทศไทย จะพบความแตกต่างได้ระหว่างมังคุดในแถบภาคกลาง หรือมังคุดเมืองนนท์ที่ผลเล็ก ขั้วยาว เปลือกบาง กับมังคุดปักษ์ใต้ที่ผลใหญ่กว่า ขั้วผลสั้นเปลือกหนา

สรรพคุณ ประโยชน์ของมังคุด

มังคุดเป็นผลไม้จากเอเชีย ที่ได้รับความนิยมมาก ได้รับขนานนามว่าเป็น “ราชินีของผลไม้” อาจเป็นเพราะด้วยลักษณะภายนอกของผล ที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของพระราชินี ส่วนเนื้อในก็มีสีขาวสะอาด มีรสชาติที่หวานอร่อย

220114-Content-มังคุดราชินีผลไม้-ประโยชน์มากมาย-ไม่ได้มีแค่อร่อย03
  • เนื้อมังคุด

มีการนำมังคุดมาประกอบอาหารบ้าง ทั้งอาหารคาว เช่น แกง ยำ และอาหารหวาน เช่น มังคุดลอยแก้ว แยมมังคุด มังคุดกวน มังคุดแช่อิ่ม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการทำมังคุดคัดด้วยการแกะเนื้อมังคุดห่ามออก มาเสียบไม้รับประทานในขณะที่ส่วนใหญ่ จะนิยมรับประทางมังคุดสุกเป็นผลไม้ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย

👉 นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันอาการไข้ (ไข้ระดับต่ำ) ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว ออกฤทธิ์ต้านสิวอักเสบได้ดี และมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเครียด

👉 การรับประทานมังคุดเป็นประจำ จะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในร่างกาย มีสวนช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยคุณสมบัติในการลด และควบคุมระดับน้ำตาลอีกด้วย

👉 เนื้อมังคุด มีเส้นกากใยสูง ช่วยเรื่องการขับถ่าย และมีวิตามินเกลือแร่สูงมาก เช่น กรดอินทรีย์ น้ำตาลแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก

  • เปลือกมังคุด

ส่วนเปลือกของมังคุด มีสารให้รสฝาด คือ แทนนิน แซนโทน (โดยเฉพาะแมงโกสติน) ซึ่งแทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว ส่วนแมงโกสติน ช่วยลดอาการอักเสบ และมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองได้ดี ในทางยาสมุนไพร ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำ หรือย่างไฟฝนกับน้ำปูนใส แก้ท้องเสีย เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย นอกจากนี้ เปลือกมังคุด มีสารป้องกันเชื้อรา เหมาะแก่การหมักปุ๋ย ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซีย ใช้เปลือกผลแห้งรักษาแผลเปิด

  • น้ำมังคุด

น้ำมังคุด ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล ด้วยการหลั่งสาร Interleukin I และ Tumor Necrosis Factor ช่วยยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน ลดอาการแพ้ภูมิตนเอง (ในโรค SLE) และลดการอักเสบ ในผู้ป่วยเบาหวานตับเสื่อม ไตวาย ข้อเข่าเสื่อม ความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ ความผิดปกติของสมอง อันเนื่องจากการอักเสบ 

มังคุดกินแล้วอ้วนไหม?

หลายคนสงสัยเหลือเกินว่า มังคุดกินแล้วจะอ้วนไหม? แม้มังคุดจะมีรสชาติหวาน แต่มีพลังงานต่ำ แคลอรี่น้อย จึงไม่ต้องกลัวอ้วน แถมทางการแพทย์นั้น ยังยืนยันว่า มังคุดเป็นอาหารเสริมที่ดี ซึ่งช่วยลดความอ้วนได้ ด้วยมังคุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูง จึงเป็นประโยชน์ต่อการขับถ่าย ทำให้ท้องไม่อืด และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ จึงนับว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก

220114-Content-มังคุดราชินีผลไม้-ประโยชน์มากมาย-ไม่ได้มีแค่อร่อย04

มังคุดมีกี่กิโลแคลอรี?

ในมังคุด 100 กรัม จะมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้   

  • แคลอรี 60-63
  • น้ำ 80.20-84.90 กรัม
  • โปรตีน 0.50-0.60 กรัม
  • ไขมัน 0.10-0.60 กรัม
  • แคลเซียม 0.01-8.00 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.20-0.80 มิลลิกรัม
  • กรดแอสคอร์ปิก 1.0-2.00 มิลลิกรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 14.30-15.60 กรัม
  • ใยอาหาร 5.00-5.10 กรัม
  • เถ้า 0.20-0.23 กรัม
  • ซูโครส กลูโคส ฟรุกโตส 16.42-16.62 กรัม
  • ฟอสฟอรัส 0.02-12.00 มิลลิกรัม
  • ไทอามีน 0.03 มิลลิกรัม

สาระน่ารู้ ทิ้งท้ายกันสักนิด 😊

🤔 มังคุดป้องกันเชื้อ HIV หรือเปล่า?

มังคุดมีประโยชน์นานัปการ ในส่วนของเชื้อเอชไอวี (HIV) นั้นมังคุดอาจจะไม่ได้ป้องกันเชื้อ HIV แต่ก็ช่วยยับยั้งเชื้อ HIV บางตัว โดยศ.พิชญ์ ศุภผล อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียม และปิโตรเคมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้ ดังนี้

👉 เปลือกมังคุด มีคุณสมบัติมากมาย หากนำเปลือกด้านในของมังคุดมาผ่านกรรมวิธีพิเศษทางเคมี จะสามารถสกัดได้สารแซนโทน (Xanthones) ในปริมาณสูง ซึ่งสารดังกล่าว มีสรรพคุณทางการแพทย์ที่สำคัญ คือ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ สมานแผล รักษาเซลล์มะเร็ง ฆ่าเชื้อก่อโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรงได้ และมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อไวรัส HIV บางตัว

👉 เช่นเดียวกับ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 323 เขียนโดย ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าวว่า สารสกัดเมทานอล และสารจากเปลือกผลมังคุด ช่วยยับยั้งเอนไซม์โพรทีเอส (HIV-1 pro-tease) ซึ่งเป็นเชื้อที่จำเป็นต่อวงจรชีวิตของเชื้อ HIV และสารสกัดน้ำ และสารสกัดเมทานอลจากเปลือกผลมังคุดยังสามารถยับยั้งเอนไซม์รีเวอร์สทรานสคริปเทส (reverse transcriptase) ในเชื้อ HIV อีกด้วย

220114-Content-มังคุดราชินีผลไม้-ประโยชน์มากมาย-ไม่ได้มีแค่อร่อย05

🤔 มังคุดกับการรักษาโรคมะเร็ง

นอกจากจะยับยั้งเชื้อ HIV บางตัวแล้ว มังคุดยังสามารถป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) และ ม.เชียงใหม่ ได้ค้นพบสูตรสารต้านมะเร็งจากมังคุดทั้งลูก

โดยสารสกัดจากมังคุด ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอช 1 (Th1) และ ทีเอช 17 (Th17) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยกำจัด และป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้ และน้ำมังคุด ยังสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดเทร็ก (Treg) ที่ช่วยจัดระเบียบให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสมดุล ขณะที่ผลทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย พบว่าคนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ หัวหน้าทีมวิจัย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตราผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนามังคุดไทย กล่าวว่า สารสกัดจากมังคุด สามารถสร้างเม็ดเลือดขาว TH-1 ที่เป็นสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และสามารถป้องกันโรคได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง

🤔 มังคุดต้มสุก หรือมังคุดนึ่ง ดีจริงหรือ?

ปัจจุบัน คนไทยมักนิยมวิธีการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย การนำเอามังคุดมาต้ม หรือนึ่ง เพื่อได้ประโยชน์จากเปลือกมังคุด ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมกัน ทำให้มีการแชร์วิธีนี้ในโลกสังคมออนไลน์ และมีผู้พูดถึงกันอย่างมาก เพราะเชื่อกันว่า กินมังคุดด้วยวิธีนี้แล้ว จะช่วยป้องกันได้สารพัดโรคผิวพรรณ จะสวย ผ่องใส ซึ่งวิธีดังกล่าวได้มีการอธิบายไว้ ดังนี้

เนื้อเปลือกของมังคุด มีสารแซนโทนมากกว่า 40 ชนิดหนึ่งในสารดังกล่าว มีสารแอลฟา-แมงโกสติน ซึ่งเป็นผลึกสีเหลืองอยู่ภายในเนื้อ เปลือกเป็นสารแซนโทนตัวหนึ่งในกลุ่มสารแซนโทนที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งละลายได้ในน้ำร้อน ทั้งนี้ยังมีสารแซนโทนตัวอื่น ๆ อีกที่อยู่ในรูปของไกลโคไซด์ ละลายได้ในน้ำ นอกจากกลุ่มสารแซนโทนแล้ว ในเนื้อเปลือกผลมังคุด ยังมีกลุ่มสารแอนโทไซยานิ และกลุ่มสารแทนนินแยกเป็นคอนเดนซ์แทนนิน ไฮโดรไลซาเบิลแทนนิน ซึ่งเป็นสารพวกโพลีฟีนอล เมื่อรวมกันเข้าแล้ว จึงมีคุณสมบัติร่วมกันอย่างที่นำไปใช้กันอยู่

การต้ม หรือการนึ่ง เป็นการทำเพื่อให้สารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเนื้อเปลือกมังคุดซึมออกมา การสกัดสารแบบนี้ อาจจะได้สารที่เป็นประโยชน์ไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ซึ่งสามารถทำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ยังไม่มีข้อมูล งานวิจัยหรือการทดลองที่แน่ชัด ควรหาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนนำไปปฏิบัติ

🤔 เมล็ดมังคุดทานได้ไหม

หลายคนชอบทานมังคุดเป็นอย่างมาก พอทานแล้วเคี้ยวเพลิน ๆ ก็อยากจะเคี้ยวเมล็ดมังคุดลงไปด้วย ทั้งนี้การทานเมล็ดมังคุดนั้น ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่เมล็ดมังคุด อาจมีรสฝาดทำให้ไม่นิยมทานกันเท่าที่ควร และอาจยังทำให้ติดคอเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการกลืนเมล็ดมังคุดเมล็ดใหญ่ ๆ ย่อมจะเป็นการดีกว่า

👉 กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า ปกติหลายคนมักจะทิ้งเปลือก และเมล็ดมังคุดไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ทราบประโยชน์ซึ่งความจริงแล้ว ในเมล็ดมังคุดมีกรดไลโนเลอิกที่ร่างกายต้องการและสร้างขึ้นไม่ได้ ต้องรับจากอาหารภายนอกเท่านั้น หากรับประทานมังคุดแล้วเคี้ยวเมล็ดกลืนไปด้วยจะได้รับประโยชน์จากกรดนี้

👉 นอกจากนี้ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 323 เขียนโดย ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพรให้ข้อมูลว่าบางประเทศนิยมนำเมล็ดของมังคุดมาต้ม หรือคั่วกินเป็นของว่างอีกด้วย

220114-Content-มังคุดราชินีผลไม้-ประโยชน์มากมาย-ไม่ได้มีแค่อร่อย06

โทษของมังคุด

ในมังคุด มีสารแซนโทน (Xanthone) ในปริมาณมาก แม้จะมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง และอาการแพ้ต่าง ๆ แต่ก็ยังขาดข้อมูลในการสนับสนุนว่า มังคุดจะสามารถรักษาอาการต่าง ๆ เหล่านี้ได้จริง ถึงแม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาความเป็นพิษในมนุษย์ แต่ก็พบอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่างในแต่ละบุคคล เช่น มีอาการผิวหนังบวมแดง เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว ปวดศีรษะ ปวดบริเวณข้อปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น

นอกจากนี้ มังคุดยังมีสารแทนนิน (Tannin) ที่อยู่ในเปลือกของมังคุด หากบริโภคมากเกินไปและต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดเป็นพิษต่อตับ ไต การเกิดมะเร็งในร่องแก้ม ในทางเดินอาหารส่วนบน และยังไปลดจำนวนของเม็ดเลือดขาว จนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลงจากปกติ ดังนั้น การรับประทานที่ดีที่สุด คือการรับประทานอย่างมีสติ ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ หมู่ เลือกรับประทานผลไม้ให้หลากหลายไม่ซ้ำกัน ไม่อย่างนั้นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมายมันอาจจะกลายเป็นโทษต่อร่างกายเสียเอง

อย่างที่รู้กันว่า ผลไม้อบแห้ง กำลังนิยมมากในปัจจุบัน และมังคุดก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับใครที่อยากทำผลไม้อบแห้งไว้ทานเอง แต่ปัญหาสภาพอากาศไม่เป็นใจ เราขอแนะนำตัวช่วยดี ๆ 

เครื่องอบแห้ง GE-Black คลิกเลย 👈🏻

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้เกี่ยวกับมังคุด ประโยชน์มากมายไม่ใช้น้อยเลยใช่ไหม อย่างไรก็ตามควรรับประทานให้เหมาะสมกันด้วยนะจ๊ะ และอย่าลืมทานอาหาร ผักผลไม้ให้ครบทั้ง 5 หมู่กันด้วย เพื่อร่างกายของเรานั่นเอง

สามารถติดตาม สูตรอาหารและบทความอื่นๆ ได้ที่นี่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข, วิกิพีเดียสารานุกรมเสรีไทย