สรรพคุณขมิ้นชัน มีอะไรบ้าง หลายคนอาจไม่รู้ว่า นอกจากประโยชน์ในการนำมาทำอาหารแล้ว ขมิ้นชัน ยังเป็นสมุนไพรชั้นดี ที่ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้ จนถูกกล่าวถึงในตำรับยาโบราณ และในปัจจุบัน ก็ยังมีการนำขมิ้นชันมาแปรรูป ทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงร่างกายอีกด้วย

ขมิ้นชัน มีดีอะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทำไมถึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และรับประทานกันจนถึงปัจจุบัน SGE จะพามาหาคำตอบ เพื่อให้ทุกคนรู้จักถึง สรรพคุณขมิ้นชัน ให้ดีมากขึ้น

ขมิ้นชัน พืชสารพัดประโยชน์

สรรพคุณขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในตระกูลขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง สีเหลืองเข้มถึงสีแสดจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย มีการเรียก ขมิ้นชัน แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่บ้าง เช่น คนเชียงใหม่ เรียก ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก  ขมิ้นหัว คนในจังหวัดตรังและภาคใต้บางส่วน เรียกว่า ขี้มิ้น หมิ้น ชาวกะเหรี่ยงในกำแพงเพชร เรียกว่า ตายอ ชาวกะเหรี่ยงในแม่ฮ่องสอน เรียกว่า สะยอ มักนิยมนำไปใช้ในการประกอบอาหาร แต่งสี แต่งกลิ่นอาหาร เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็นต้น

สำหรับขมิ้นชันที่จะนำมาใช้ประโยชน์นั้น การเก็บเกี่ยวไม่ควรเก็บในระยะที่ขมิ้นเริ่มแตกหน่อ เพราะจะทำให้สารที่มีประโยชน์อย่าง เคอร์คูมิน ในขมิ้นมีน้อย โดยเหง้าที่เก็บมา ควรมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน สำหรับการเก็บรักษา ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป และเก็บในพื้นที่ปิด ไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะแสงแดดอาจทำให้น้ำมันหอมระเหยในขมิ้น ระเหยหมดไปก่อนได้

การใช้ประโยชน์จาก ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน

เมื่อเก็บเหง้าของขมิ้นชันมาแล้ว หากจะนำไปรับประทาน เพื่อใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ควรล้างให้สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก สามารถหั่นเป็นแว่นชิ้นบาง ๆ ได้เลย แล้วนำไปตากแดดสัก 2 วัน ซึ่งถ้านำมารับประทานคล้ายยาเม็ด ให้บดเนื้อขมิ้นชันให้ละเอียด จากนั้น นำมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ เท่าปลายนิ้วก้อย รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด หลังอาหารและช่วงก่อนนอน

หรือถ้าใครอยากจะทำเป็นยาน้ำ ให้นำเหง้าแก่มาขูดเอาเปลือกออก ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้น นำเนื้อขมิ้นชันใส่ครก เติมน้ำ แล้วใช้สากบดและคั้นเอาแต่น้ำที่ผสมขมิ้นชันออกมา รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง

สำหรับคนที่ต้องการนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง หรือจะนำเอาผงขมิ้นมาโรย ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

นอกจากนำขมิ้นชันมาใช้ประโยชน์ด้านยารักษาโรคแล้ว ด้วยสีสันเหลืองสด และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ จึงมีการนำ ขมิ้นชัน มาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร แต่งเติมสีสันให้กับเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แกงไตปลา แกงกะหรี่ และยังมีการนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และทรีตเม้นต์ต่าง ๆ ด้วย เพราะพิสูจน์แล้วว่า ช่วยบำรุงผิว ทำให้หน้าเนียน กระจ่างใส รักษาสิวบนใบหน้าได้นั่นเอง

สรรพคุณขมิ้นชัน ในการรักษาโรค

สรรพคุณขมิ้นชัน

ด้วยภายในขมิ้นชัน มีสารสำคัญ คือ เคอร์คิวมิน ซึ่งมีประโยชน์หลากหลาย สามารถรักษาโรคและบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้ ขมิ้นชัน ถูกขนานนามว่าเป็น Wonders Of Drug เลยทีเดียว ซึ่งจากงานวิจัย พบว่ามีสรรพคุณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

1. ต้านการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

เพราะสารสกัดเคอร์คิวมิน เป็นสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ จึงช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงพอ ที่จะต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ ตามไปด้วย

2. ช่วยรักษาอาการโรคไข้ข้ออักเสบ

เมื่อเริ่มสูงอายุขึ้น ข้อต่อต่าง ๆ ก็เสื่อมลง จึงทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักประสบกับโรคไขข้ออักเสบ ซึ่งถ้าหากทานขมิ้นชันเข้าไป สารเคอร์คูมิน จะมีสรรพคุณช่วยชะลอความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับข้อต่อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ โดยงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศยังระบุด้วยว่า ประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบนี้ เทียบเท่ากับยาต้านการอักเสบแผนปัจจุบันสำหรับโรคข้ออักเสบได้เลย แต่ปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากเป็นสมุนไพรจึงไม่มีผลข้างเคียงหรือส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย

3. ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ

หากมีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเป็นจำนวนมาก อาจทำเซลล์ในร่างกายเสื่อมลง จนทำให้เกิดโรคต่างๆ ซึ่งถ้าทานขมิ้นชันเข้าไป จะช่วยต่อต้านและทำให้จำนวนสารอนุมูลอิสระในร่างกายลดลง โดยนอกจากจะสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยตัวมันเองแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่า ขมิ้นชันสามารถช่วยต้านโรคเรื้อรัง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายบางชนิดได้

4. ช่วยป้องกันและควบคุมการลุกลามของเซลล์มะเร็ง

เนื่องจากสารเคอร์คิวมินมีผลต่อเซลล์มะเร็ง จึงช่วยหยุดยั้งวงจรการขยายตัวของเซลล์ร้าย ต่อต้านทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ได้แนะนำให้บริโภคขมิ้นชันควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ เนื่องจากมีงานวิจัยหลายฉบับยืนยันว่าเคอร์คูมินหรือสารสำคัญในขมิ้นชัน สามารถลดการเจริญเติบโตรวมถึงการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

5. รักษาโรคกรดไหลย้อนและโรคกระเพาะอาหาร

จากงานวิจัยล่าสุด พบว่า สารเคอร์คูมิน สามารถเยียวยาการอักเสบของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกรดไหลย้อนและโรคกระเพาะอาหารได้ และยังช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด แน่นหน้าอก แสบกระเพาะ อาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย

สรรพคุณขมิ้นชัน กับการรักษาโควิด

ขมิ้นชัน

เมื่อโควิดระบาด จนทำให้มีคนติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก ในขณะที่วัคซีนสำหรับป้องกันผู้ติดเชื้อก็มีไม่เพียงพอ ทำให้มีการคิดค้นนำเอาสมุนไพรหลายชนิดมาวิจัย เพื่อหาทางพัฒนาเป็นยาสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยโควิด

ซึ่งปัจจุบัน คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิควาเลนเซีย ประเทศสเปน ได้เผยแพร่ผลการวิจัย ออกมาแล้วว่า เมื่อนำขมิ้นชันและพืชต่าง ๆ อีก 14 ชนิด มาวิจัย เพื่อหาประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด พบว่า ขมิ้นชัน มีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมการแพร่ขยายของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในห้องทดลอง 

โดยจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการ ปรากฎว่าสารสกัดรวมจากขมิ้น (Curcuma longa) เหง้ามัสตาร์ด (Brassica nigra) และวอลล์ร็อกเก็ต (Diplotaxis erucoides subsp. Erucoides) ที่ความเข้มข้น 500 ไมโครกรัมต่อ mL แสดงผลยับยั้งการทำงานของ 3CLPro ส่งผลให้กิจกรรมโปรตีเอสตกค้าง 0.0% 9.4% และ 14.9% ตามลำดับ

ปัจจุบัน บริษัทยา MGC Pharma ที่ดำเนินกิจการในยุโรป ได้ยื่นขออนุญาตทำการทดลองยา CimetrA เพื่อรักษาโควิด และเริ่มกระบวนการวิจัยในเฟส 3 แล้วที่ที่ศูนย์การแพทย์ Rambam ประเทศอิสราเอล โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีขมิ้นชัน โกฐจุฬาลัมพา และกำยาน เป็นองค์ประกอบสำคัญและกำลังถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะออกสู่ตลาดภายในปี 2565 ที่จะถึงนี้

ข้อควรระวังในการใช้ ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน

ถึงแม้ ขมิ้นชัน จะมีสรรพคุณและใช้ประโยชน์ได้มากมาย อย่างไรก็ตาม ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนใช้งาน และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย เพื่อความปลอดภัย โดยในทางการแพทย์ จะไม่แนะนำให้กลุ่มผู้ป่วยที่ทานสารกันเลือดเป็นลิ่ม กลุ่มผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีทานขมิ้นชัน ยกเว้นอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ในสวนของหญิงตั้งครรภ์และเด็กก็เช่นกัน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงยังคงไม่แนะนำ นอกจากนี้ หากใครทานขมิ้นชันในปริมาณที่มากเกินไป อาจ่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ดังนั้น หากรับประทานขมิ้นแล้วมีอาการดังกล่าว ให้หยุดรับประทานและหายาชนิดอื่นรับประทานแทน

สำหรับผู้ที่อยากทานขมิ้นชัน เพื่อให้ได้รับคุณประโยชน์จากสารเคอร์คูมินนั้น การทานในปริมาณมาก ๆ ไม่ใช่คำตอบ เพราะสรรพคุณเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้รับเคอร์คูมินของขมิ้นชันในปริมาณสูงเท่านั้น และเนื่องจากเคอร์คูมินเป็นสารที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและเนื้อเยื่อได้น้อย เพราะมักจะถูกทำลายได้ง่ายในลำไส้เล็กก่อน ที่สำคัญจะถูกเผาผลาญและกำจัดออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เลือกรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ได้มาตรฐานในระดับสากล และจะดียิ่งกว่าหากเคอร์คูมินอยู่ในรูปของไฟโตโซม หรืออนุภาคเล็กระดับนาโน เพราะจะช่วยให้สารจากธรรมชาติที่ถูกดูดซึมได้ยากกลายเป็นสารที่ถูกดูดซึมได้ง่ายขึ้น ถึง 9 เท่า และเมื่อร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีก็จะทำให้เห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

ขมิ้นชัน อาจจะเคยเข้าใจกันว่า มีประโยชน์แค่นำมาใช้ในการทำอาหารเท่านั้น แต่จากงานวิจัยและการศึกษาเพิ่มเติมก็ได้พบว่า ภายในขมิ้นชันนั้น มีสารเคอร์คูมิน ซึ่งมีสรรพคุณรักษาโรคและประโยชน์มากมาย ทำให้มีการแปรรูป เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงร่างกายคุณภาพสูงโดยคนไทย จนกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ถึงขั้นได้รับรางวัลระดับโลก ดังนั้น หากใครอยากทานสมุนไพร เพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายให้ดีขึ้นแล้วละก็ อย่าลืมให้ขมิ้นชันเป็นทางเลือกอีกตัวหนึ่งนะครับ
Line
Facebook
Youtube