fbpx
น้ำกะทิ

5,613 Views

คัดลอกลิงก์

7 เมนู น้ำกะทิ ขนมไทยหวานเย็น แสนอร่อย ทำง่าย ๆ ได้เองที่บ้าน

น้ำกะทิ เป็นส่วนประกอบสำคัญในขนมไทยหลากหลายเมนู ซึ่งด้วยรสชาติที่หวานหอม เข้มข้น ทำให้มีความอร่อย และเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หากใครอยากทำ ขนมไทยราดน้ำกะทิ ไว้กินแบบขนมหวานเย็นชื่นใจแล้วละก็ SGE มีเมนูมาฝาก รับรองว่าอร่อยและทำได้ไม่ยาก ตามมาดูกันเลย

ลอดช่องน้ำกะทิ

น้ำกะทิ

ลอดช่องน้ำกะทิ เป็นของหวานยอดนิยมของคนไทย ซึ่งสูตรที่เรานำมาฝากกันนั้น เป็นสูตร ลอดช่องวัดเจษ เรียกได้ว่าเป็นสูตรการทำแบบคนไทยแท้ ๆ โดย น้ำกะทิ นั้นจะเคี่ยวและเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าว ทำให้มีสีน้ำตาลอ่อน ๆ เมื่อตักทานคู่กับเส้นลอดช่องที่มีลักษณะเรียวเล็ก เนื้อเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอมจากใบเตย ก็จะทำให้ได้รสชาติที่อร่อย ถูกปากคนไทย

ส่วนผสมลอดช่อง

  • แป้งข้าวเจ้า 600 กรัม
  • แป้งมัน 200 กรัม
  • ใบเตย 200 กรัม
  • น้ำปูนใส 5 กิโลกรัม

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลมะพร้าวแท้ 6 ขีด

วิธีทำลอดช่อง

  1. หั่นใบเตยอย่างหยาบ ๆ แล้วนำใส่เครื่องปั่น เทน้ำปูนใสลงไปเล็กน้อย ปั่นจนกว่าใบเตยจะละเอียด เสร็จแล้ว นำมากรองผ่านผ้าขาวบาง ใส่ชามผสม
  2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน คนให้แป้งและน้ำใบเตยละลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้น เทผ่านกระชอน กรองใส่ลงในหม้อต้ม
  3. ต้มด้วยไฟอ่อน กวนไปเรื่อย ๆ และคอยเติมน้ำปูนใสลงไปเป็นระยะ จนกว่าแป้งที่เป็นเม็ด จะละลายเป็นเนื้อเนียน แต่ระวังอย่าเติมมากเกินไปเดี๋ยวแป้งจะเหลว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
  4. เมื่อแป้งละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อเนียนสีเขียวสวย ไม่จับตัวเป็นเม็ดแล้ว ให้เตรียมน้ำสะอาดแช่น้ำแข็งไว้ พอครบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ให้เทแป้งลงในหม้อกดลอดช่อง ให้ลอดช่องไหลลงในน้ำเย็น เสร็จแล้ว นำไปกรองผ่านกระชอน กรองเอาน้ำออก เป็นอันเสร็จ

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. บี้น้ำตาลมะพร้าวให้แตกเป็นเนื้อหยาบ ๆ แล้วนำใส่ลงในหัวกะทิ ใช้มือบี้และคนให้น้ำตาลมะพร้าวละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับหัวกะทิ
  2. นำน้ำหัวกะทิไปกรองด้วยผ้าขาวบาง ลงในหม้อ จากนั้น นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ คนให้หัวกะทิร้อน แต่อย่าให้เดือดจนแตกมัน จากนั้น ตักขึ้นใส่ชาม ทานคู่กับลอดช่องและน้ำแข็ง เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ ลอดช่องน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่
ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ทับทิมกรอบน้ำกะทิ

กะทิ

ด้วยทับทิมที่มีรสสัมผัสกรอบ อร่อย กินคู่กับ น้ำกะทิ ที่ให้รสหวานเย็นชื่นใจ ทำให้เมนู ทับทิมกรอบน้ำกะทิ เป็นขนมไทยยอดนิยมอีกอย่างหนึ่ง ที่แทบจะเป็นจุดขายของร้านน้ำแข็งใสทุกร้านเลยก็ว่าได้

ส่วนผสมตัวทับทิมกรอบ

  • แห้วดิบ 500 กรัม
  • แป้งมัน

ส่วนผสมกะทิสด

  • กะทิอบควันเทียนแบบพาสเจอร์ไรส์ 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 90 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • นมข้นจืด 40 กรัม

ส่วนผสมน้ำเชื่อม

  • น้ำเปล่า 400 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม

วิธีทำทับทิมกรอบ

  1. ล้างแห้วให้สะอาด ล้างหลาย ๆ รอบ จนกว่าน้ำที่ล้างแห้วจะใส จากนั้น พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
  2. ต้มน้ำให้เดือดจัด เสร็จแล้ว ใส่แห้วลงไป ต้มให้เดือดจนกว่าจะมีฟองลอยปุดขึ้นมา แสดงว่าแห้วต้มจนสุกแล้ว ให้ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำและเย็นสนิท
  3. นำแห้วที่เย็นสนิทแล้ว แช่น้ำหวานสีแดง ในกะละมังก้นแบน ประมาณ 20 นาที หรือให้สีซึมเข้าไป
  4. พอครบเวลาและสีซึมเข้าไปดีแล้ว ให้คลุกแห้วกับน้ำหวานที่เหลือ เพื่อไม่ให้แห้ง ถ้ามีน้ำเยอะมากเกินไปให้ตักออก จากนั้น ใส่แป้งมันลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว
  5. ตักแห้วใส่กระชอน เขย่าเอาแป้งส่วนเกินทิ้งไป
  6. นำไปลวกในน้ำเดือด เมื่อลอยขึ้นมา แสดงว่าสุกแล้ว ให้ตักขึ้น น็อกในน้ำเย็น
  7. นำไปล้างน้ำให้หายร้อนอีกครั้งหนึ่ง ใส่ตะกร้า พักให้สะเด็ดน้ำ
  8. เติมน้ำเชื่อมลงไปเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ทับทิมกรอบติดกันเป็นก้อน

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. เตรียมหม้อต้ม ใส่กะทิ น้ำเปล่า เกลือ คนก่อนเล็กน้อย แล้วยกขึ้นตั้งไฟ ให้ร้อนจัด ๆ แค่พอมีควัน ไม่ร้อนจนเดือดปุด ๆ
  2. เติมนมข้นจืด คนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ นำไปน็อคน้ำเย็นทันที เพื่อให้กะทิเก็บได้นานขึ้น

วิธีทำน้ำเชื่อม

  1. ใส่น้ำเปล่าในหม้อต้ม ตั้งน้ำให้เดือด
  2. พอน้ำเดือดให้ใส่น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง คนให้น้ำตาลละลาย พอเดือด ให้หรี่ไฟ แล้วเคี่ยวต่อ 5 นาที
  3. พอครบเวลา ให้ยกออก พักไว้ให้เย็นสนิท

วิธีจัดเสิร์ฟ

– ตักทับทิมกรอบใส่ชาม ราดน้ำเชื่อมเล็กน้อย ตามด้วยน้ำแข็งใส และ น้ำกะทิ เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ทับทิมกรอบน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

สแลนกันแดด NetShade
สแลนกันแดด NetShade

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

บัวลอยไข่หวาน

น้ำกะทิ

ใครชอบทานบัวลอย ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะสูตรนี้จะมาสอนการทำ แป้งบัวลอย 3 สีแบบละเอียดยิบ พร้อมเทคนิคคั้น น้ำกะทิ ด้วยตัวเอง ที่จะทำให้ได้น้ำหัวกะทิเข้มข้น ซึ่งถึงแม้ว่าแต่ละขั้นตอนอาจจะใช้เวลาในการทำนาน แต่รับรองว่า ผลลัพธ์คุ้มค่า ได้ทำทานแล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอน

ส่วนผสมบัวลอยสีม่วง

  • มันเทศสีม่วงนึ่งสุก 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน
  • ส่วนผสมบัวลอยสีฟ้า
  • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำดอกอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน

ส่วนผสมบัวลอยสีแดง

  • แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำบีทรูท 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน

ส่วนผสมไข่หวาน

  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • น้ำ 300 มิลลิลิตร
  • ขิงแก่ 1 แง่งเล็ก

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • มะพร้าวขูดขาว 1 กิโลกรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ (สำหรับคั้นหางกะทิ) 700 มิลลิลิตร
  • น้ำมะพร้าว 650 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลโตนด 120 กรัม
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 กรัม
  • ใบเตย 4 ใบ

วิธีทำบัวลอยสีม่วง

  1. บดมันม่วงให้ได้เนื้อละเอียด ใส่ลงในชามผสม
  2. ใส่แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน คลุกเคล้าให้พอเข้ากัน
  3. พอเข้ากันแล้ว ให้ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำร้อนลงไปเป็นระยะ ๆ แล้วใช้มือนวดแป้งสลับกันไป เพื่อไม่ให้แป้งเหลว
  4. เมื่อแป้งเริ่มจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ให้นวดต่อจนกว่าจะได้แป้งที่นุ่ม ปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้ว ใส่ชาม ใช้พลาสติกแรปปิดเอาไว้
  5. ดึงเนื้อแป้งออกมา ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ

วิธีทำบัวลอยสีฟ้า

  1. เตรียมชามผสม ใส่น้ำอัญชันลงไป ตามด้วยแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน คลุกเคล้าให้พอเข้ากัน
  2. พอเข้ากันแล้ว ให้ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำร้อนลงไปเป็นระยะ ๆ แล้วใช้มือนวดแป้งสลับกันไป เพื่อไม่ให้แป้งเหลว
  3. เมื่อแป้งเริ่มจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ให้นวดต่อจนกว่าจะได้แป้งที่นุ่ม ปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้ว ใส่ชาม ใช้พลาสติกแรปปิดเอาไว้
  4. ดึงเนื้อแป้งออกมา ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ

วิธีทำบัวลอยสีแดง

  1. เตรียมชามผสม ใส่น้ำบีทรูปลงไป ตามด้วยแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน คลุกเคล้าให้พอเข้ากัน
  2. พอเข้ากันแล้ว ให้ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำร้อนลงไปเป็นระยะ ๆ แล้วใช้มือนวดแป้งสลับกันไป เพื่อไม่ให้แป้งเหลว
  3. เมื่อแป้งเริ่มจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ให้นวดต่อจนกว่าจะได้แป้งที่นุ่ม ปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้ว ใส่ชาม ใช้พลาสติกแรปปิดเอาไว้
  4. ดึงเนื้อแป้งออกมา ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ

วิธีทำไข่หวาน

  1. หั่นขิงสไลด์เป็นแว่น ๆ ใส่ลงในหม้อ จากนั้น ใส่น้ำตาล น้ำเปล่า ลงไป แล้วนำไปต้มให้เดือด คนให้น้ำตาลละลาย
  2. พอน้ำตาล ละลายและน้ำเดือดดีแล้ว ให้ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ต้มต่อ 3-4 นาที พอครบเวลาให้ยกขึ้นพักไว้

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. ใส่เนื้อกะทิลงในชามผสม ใส่เกลือตามลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว
  2. เตรียมซึ้งสำหรับนึ่งให้พร้อม ต้มน้ำให้เดือด พอน้ำเดือดแล้ว ให้ใส่กะทิลงในผ้าขาวบาง แล้วนำไปนึ่ง ใช้เวลา 10 นาที
  3. พอครบเวลา ให้พักทิ้งไว้จนกว่าจะคลายความร้อน จากนั้น ใช้มือขยำ คั้นเอาน้ำกะทิออกมา ใช้เวลา 7-8 นาที เสร็จแล้ว ค่อย ๆ ตักแบ่งใส่ผ้าขาวบาง บีบคั้นน้ำกะทิใส่ลงในหม้อ ทำอย่างนี้จนกว่าจะหมด (น้ำกะทิที่ได้จากส่วนนี้ เรียกว่า หัวกะทิ)

วิธีทำน้ำกะทิบัวลอย

  1. เตรียมหม้อต้ม ใส่ใบเตย น้ำตาลโตนด น้ำหัวกะทิ น้ำมะพร้าว เสร็จแล้ว เปิดไฟ ใช้ไฟกลางค่อนไฟอ่อน คนให้น้ำตาลโตนดละลาย ต้มต่อให้พอเดือด
  2. พอน้ำกะทิเดือดดีแล้ว ให้ใส่เม็ดแป้งบัวลอยที่ปั้นไว้ลงไป ต้มต่อ 1 นาที
  3. เมื่อเม็ดบัวลอย ลอยขึ้นมาด้านบนแล้ว แสดงว่าสุก ให้ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป ต้มต่ออีกเล็กน้อย ให้ปิดเตาม แล้วตักขึ้นรับประทานได้เลย เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ บัวลอยไข่หวาน เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ซ่าหริ่มน้ำกะทิ

กะทิ

ซ่าหริ่ม เป็นขนมไทยยอดนิยมอีกอย่างหนึ่ง เพราะด้วยเส้นแป้งที่หนานุม ทำให้หวานเย็นอร่อย และอิ่มท้องได้ไปในตัว โดยเทคนิคในการทำให้เส้นซ่าหริ่มยาวสวยนั้น จะต้องกดเส้นแป้งจากที่สูง เพราะยิ่งสูงเท่าไหร่ ก็จะได้เส้นที่ยาวเท่านั้น ถือว่าเป็นเทคนิคสำคัญในการทำขนมชนิดนี้เลยทีเดียว 
ส่วนผสมซ่าหริ่ม

  • แป้งถั่วเขียว 100 กรัม
  • น้ำสะอาด 650 กรัม
  • สีผสมอาหาร แดง เขียว

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • กะทิอบควันเทียนพาสเจอร์ไรส์ 600 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 400 กรัม
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำซ่าหริ่ม

  1. ตั้งกระทะก้นลึก ใส่แป้งถั่วเขียว และน้ำ คนให้แป้งละลายเข้ากันในกระทะ
  2. พอเข้ากันดีแล้ว ให้ใส่น้ำหวาน หรือสีผสมอาหารตามชอบ
  3. เปิดไฟ ใช้ไฟกลาง คนตลอดเวลาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้แป้งที่สุก มีลักษณะใส และติดกันเป็นก้อนเหนียว
  4. ตักใส่กระป๋องกดสลิ่ม กดลงในน้ำเย็นจัด ทิ้งไว้ให้เซ็ตตัว
  5. ตักขึ้นใส่กระชอนสะเด็ดน้ำไว้ พร้อมเสิร์ฟ
  6. ทำเส้นซ่าหริ่มสีอื่น ๆ ตามขั้นตอนแบบเดียวกัน

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำกะทิอบควันเทียนพาสเจอร์ไรส์ น้ำตาลทรายขาว เกลือ ใส่ลงไปในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลางค่อนไฟอ่อน คนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำตาลทรายละลาย
  2. เคี่ยวต่อไป ให้น้ำกะทิร้อน แค่พอมีควัน ห้ามต้มจนเดือด
  3. ยกลงจากเตานำไปน็อคน้ำเย็นทันที เพื่อให้กะทิเก็บได้นานขึ้น

วิธีจัดเสิร์ฟ

– ตักเส้นซ่าหริ่มลงในชาม ตักน้ำแข็งใส น้ำกะทิ ราดลงไป เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ซ่าหริ่มน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ถั่วดำน้ำกะทิ

น้ำกะทิ

ใครชอบทานถั่วดำ ห้ามพลาด เพราะสูตรนี้เราจะมาสอนวิธีต้มถั่วดำให้นิ่มสุกกำลังดี และสอนทำ น้ำกะทิ ไว้ทานคู่กัน รับรองว่า หวานอร่อย และให้พลังงานสูง เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ก็กินดี

ส่วนผสม

  • หัวกะทิ 800 กรัม
  • หางกะทิ 1250 กรัม
  • น้ำตาลมะพร้าว 420 กรัม
  • เกลือ 8 กรัม
  • ถั่วดำดิบ 650 กรัม

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ถั่วดำลงไป พอต้มจนน้ำเดือดอีกรอบแล้ว ให้ปิดแก็ส และปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนเลยก็ได้
  2. พอครบเวลา ให้ต้มต่อด้วยไฟกลาง ให้พอน้ำเดือด ประมาณ 30 นาที ถ้าถั่วนิ่มตามความต้องการแล้ว ให้ปิดแก็ส แล้วไปกรองน้ำออกผ่านกระชอน ล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อให้ถั่วดำเย็นลง และล้างเอาคราบดำออก ถ้าล้างจนน้ำสะอาดแล้ว ให้ยกขึ้นพักไว้ได้เลย
  3. ใส่หางกะทิลงในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว เกลือ เสร็จแล้ว เปิดไฟ คนให้น้ำตาลมะพร้าวละลาย จากนั้น ใส่หัวกะทิลงไป ต้มให้พอเดือด
  4. เทถั่วดำใส่หม้ออีกใบ แล้วใส่น้ำกะทิที่ต้มเสร็จแล้วลงไป เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ถั่วดำน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

สาคูเปียกน้ำกะทิ

กะทิ

หลายคนคงชอบทานสาคูเปียกน้ำกะทิ เพราะทานแล้ว มีรสสัมผัสที่หนุบหนับ เคี้ยวมัน ซึ่งถ้าเกิดใครอยากเพิ่มวัตถุดิบบางอย่างเช่น ขนุน ก็สามารถประยุกต์ ใส่ลงไปได้เลย กินคู่กับ น้ำกะทิ ก็ยิ่งเพิ่มความหวานอร่อย ให้ขนมไทยเมนูนี้มากยิ่งขึ้น

ส่วนผสม

  • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
  • ข้าวโพด ตามชอบ
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
  • กะทิ 250 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างเม็ดสาคูในน้ำสะอาด เพื่อล้างแป้งส่วนเกินออก
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำเปล่าลงไปรอให้น้ำเดือด จากนั้น ใส่เม็ดสาคู ลงไป คนไปเรื่อย ๆ จนกว่าเม็ดสาคูจะสุก มีลักษณะใสเหมือนตากบ
  3. ใส่น้ำตาลลงไป คนจนน้ำตาลละลาย พักไว้
  4. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ แป้งสาลี คนให้แป้งสาลีละลาย นำขึ้นตั้งไฟ คนจนทุกอย่างเข้ากันดี จึงปิดไฟ
  5. จัดเสิร์ฟ ตักเม็ดสาคูใส่ชาม ราดน้ำกะทิลงไป เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ สาคูเปียกน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ขนมโคน้ำกะทิ

น้ำกะทิ

ปิดท้ายกันด้วย ขนมไทยโบราณ อย่าง ขนมโคน้ำกะทิ ซึ่งถึงแม้ใครหลายคนจะเคยทานแบบแห้ง แต่บอกเลยว่า ทานคู่กับ น้ำกะทิ แล้ว อร่อยกว่า ยิ่งมีเนื้อมะพร้าวและงาขาวโรยหน้า ก็ยิ่งหอมอร่อย ใครชอบทานขนมโค อย่าลืมนำสูตรนี้ไปลองทำตามกันดูนะ

ส่วนผสมแป้งสีขาว

  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมแป้งสีม่วง

  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย
  • ดอกอัญชัน 10-15 ดอก (คั้นขยำกับน้ำ)
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมไส้มะพร้าว

  • มะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 2 ถ้วย
  • น้ำตาลมะพร้าว 3/4 ถ้วย

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • หัวกะทิ 1 ½  ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2/3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • ใบเตยแก่ 3-4 ใบ

ส่วนผสมอื่น ๆ

  • เนื้อมะพร้าว
  • งาขาว

วิธีทำแป้งสีขาว

  1. เตรียมชามผสม ใส่แป้งข้าวเหนียว หัวกะทิ น้ำเปล่า นวดให้เข้ากัน จนได้เนื้อแป้งเนียนนุ่มเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ติดมือ

วิธีทำแป้งสีม่วง

  1. นำดอกอัญชันมาขยำในน้ำเปล่า จนได้สีของดอกอัญชันออกมา จากนั้น นำไปกรองผ่านกระชอน แล้วใส่น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  2. เตรียมชามผสม ใส่น้ำอัญชัน ตามด้วยแป้งข้าวเหนียว หัวกะทิ น้ำเปล่า นวดให้เข้ากัน จนได้เนื้อแป้งเนียนนุ่มเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ติดมือ

วิธีทำไส้มะพร้าว

  1. ตั้งกระทะ เปิดไฟ ใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไป เคี่ยวจนน้ำตาลมะพร้าวละลาย
  2. ใส่ไส้มะพร้าวขูดเส้นลงไป ผัดกับน้ำตาลมะพร้าวจนเข้ากัน พอเข้ากันดีแล้ว ให้ปิดไฟ พักให้เย็นสนิท แล้วแบ่งมาปั้นเป็นก้อนกลม หลาย ๆ ก้อน

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. เตรียมหม้อต้ม ใส่หัวกะทิ น้ำเปล่า น้ำตาลทราย เกลือ เสร็จแล้ว นำไปตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน คนให้น้ำตาลละลาย
  2. ใส่ใบเตยลงไป เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ต้มต่อไปให้น้ำกะทิร้อนแค่พอมีควัน ห้ามต้มจนเดือด พอได้ที่แล้วให้ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น

วิธีทำขนมโค

  1. ดึงแป้งสีขาวและแป้งสีม่วง ออกมาแผ่เป็นแผ่นบาง ๆ ใส่ไส้มะพร้าวไว้ด้านใน แล้วห่อแป้ง คลึงให้เป็นลูกกลม ๆ
  2. ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ใส่แป้งแต่ละก้อนลงไป ต้มจนสุก ถ้าแป้งลอยขึ้นมา แสดงว่าสุกแล้ว ให้ตักขึ้นได้เลย
  3. ตั้งกระทะ นำงาขาวไปคั่วในกระทะให้มีกลิ่นหอม แล้วไปบดอย่างหยาบ ๆ
  4. นำเนื้อมะพร้าวมาหั่นเป็นเส้น ๆ
  5. จัดเสิร์ฟ ตักขนมโคใส่ชาม ตามด้วยเนื้อมะพร้าว ราดด้วยน้ำกะทิ โรยงาขาวคั่วไว้ด้านบน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีทำ ขนมโคน้ำกะทิ เพิ่มเติมคลิก

ขนมไทยใน น้ำกะทิ หวานหอมอร่อย มีหลากหลายเมนู หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบทานขนมไทย และอยากทำทานเองที่บ้าน หรือ หาสูตรเพื่อทำขายแล้วละก็ สามารถทำตามสูตรที่เรานำมาแนะนำได้เลย รับรองว่า อร่อย ทำขายก็ขายดีแน่นอน

ทั้งนี้ หลายเมนู หากเพิ่มน้ำแข็งไสลงไป ก็จะทำให้เป็นขนมหวานเย็นชื่นใจ ทานได้อร่อยมากขึ้น ดังนั้น ถ้าใครอยากทำขนมไทยขาย แล้วผลิตน้ำแข็งไสไว้ทานคู่กัน ออกมาได้ปริมาณมาก ๆ แล้วละก็ แนะนำเครื่องทำน้ำแข็งไส เครื่องทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะ ที่จะบดน้ำแข็งไสของคุณได้ละเอียดและรวดเร็ว ด้วยมอเตอร์อันทรงพลังและวัสดุทำจากสแตนเลส จึงใช้งานได้ทนทาน ไม่มีสะดุด โดยตัวเครื่องยังรองรับได้ทั้งน้ำแข็งก้อนและน้ำแข็งแบบยูนิต ทำให้ทำน้ำแข็งไสได้ง่ายมาก ๆ เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน ตลอดจนการใช้งานเพื่อธุรกิจ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับประกันนาน 6 เดือนอีกด้วย แถมราคายังย่อมเยา

เครื่องทำน้ำแข็งไส-หน้าปก2

หากสนใจ เครื่องทำน้ำแข็งไส ของ SGE สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sgethai.com/ice-crusher-machine/ หรือสอบถามเพิ่มเติมทาง โทรศัพท์ หรือ Line ของเราได้เลย

14 มกราคม 2022

โดย

Pres

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment


00
:
00
:
00
Go to Top