220527-Content-มารู้จัก-ขึ้นฉ่าย-พืชสมุนไพรมากประโยชน์-สรรพคุณเด่น01

5,416 Views

คัดลอกลิงก์

มารู้จัก ขึ้นฉ่าย พืชสมุนไพรมากประโยชน์ สรรพคุณเด่น

รู้จักกับ ขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่าย เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป และอเมริกาเหนือ เช่น ประเทศสวีเดน แอลจีเรีย และประเทศอียิปต์ แต่อีกข้อมูลหนึ่งเชื่อกันว่าถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของขึ้นฉ่ายอยู่ในทวีปเอเชีย ได้แก่ ในประเทศจีน และเขตอบอุ่นในแถบเอเชียตะวันออก สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันที่นิยมปลูกมีอยู่กัน 2 ชนิด คือ ชนิดต้นเล็ก ซึ่งปลูกกันมาดั้งเดิม เป็นพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีน เรียกว่า ขึ้นฉ่ายจีน ส่วนอีกชนิดหนึ่งมีขนาดของต้นสูงใหญ่กว่า ก้านใบยาวแข็ง เรียกว่า ขึ้นฉ่ายเทศ หรือขึ้นฉ่ายฝรั่ง คาดว่าเพิ่งนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้

220527-Content-มารู้จัก-ขึ้นฉ่ายพืชสมุนไพรมากประโยชน์-สรรพคุณเด่น02

สายพันธุ์ของขึ้นฉ่ายนั้น มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง และขึ้นฉ่ายจีน

  • ขึ้นฉ่ายฝรั่ง : ลักษณะต้นจะอวบใหญ่มาก ลำต้นมีความสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นขาวใบเหลืองอมเขียว
  • ขึ้นฉ่ายจีน : จะมีขนาดของลำต้นที่เล็กกว่า มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และใบค่อนข้างแก่ ส่วนลักษณะส่วนอื่น ๆ จะค่อนข้างเหมือนกัน

ขึ้นฉ่าย จัดเป็นพืชล้มลุก อายุ 1-2 ปี มีกลิ่นหอมฉุน ลำต้นกลวงกลม ต้นสูง 30-60 เซนติเมตร (ตามสายพันธุ์) เป็นใบรวม มีใบย่อย 2-3 คู่ ก้านใบรวม อาจยาวได้ถึง 36-45 เซนติเมตร ใบย่อยที่อยู่ชั้นล่าง มีก้านใบยาวกว่าใบย่อยที่อยู่บนสุด ใบย่อยกว้าง 5 เซนติเมตร ขอบใบแยก เป็นแฉกลึก แต่ละแฉก เป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว ช่อดอกคล้ายซี่ร่ม ยอดดอก แผ่เป็นรัศมี ดอกเล็กเป็นแบบสมบูรณ์เพศ ผลมีลักษณะกลมยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาล มีกลิ่นหอม

คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย

คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย ส่วนเหนือดิน (100 กรัม) ให้พลังงาน 67 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต : 3 กรัม
  • น้ำตาล : 1.4 กรัม
  • เส้นใย : 1.6 กรัม
  • ไขมัน : 0.2 กรัม
  • โปรตีน : 0.7 กรัม
  • น้ำ : 95 กรัม
  • วิตามินเอ : 22 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี1 : 0.021 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 : 0.057 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 : 0.323 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 : 0.074 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9 : 36 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี : 3 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี : 0.27 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค : 29.3 ไมโครกรัม
  • แคลเซียม : 40 มิลลิกรัม
  • เหล็ก : 0.2 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม : 11 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส : 24 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม : 260 มิลลิกรัม
  • โซเดียม : 80 มิลลิกรัม
  • สังกะสี : 0.13 มิลลิกรัม

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ประโยชน์ผักขึ้นฉ่าย และสรรพคุณ

  • ป้องกันการอักเสบ เนื่องจากมีฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต้านการอักเสบ ส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบในกลุ่มโรคลูปัส (Lupus) รูมาตอยด์ หอบหืด โรคปอด และช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ ปวดศีรษะ ปวดท้องประจำเดือน รวมถึงช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่แน่ใจว่าระดับน้ำตาลในเลือดของตนเองสูงหรือไม่
  • ช่วยลดไขมันในเลือด โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • มีสารฟลาไลด์ (Phthalide) ที่ส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือด ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ช่วยขับปัสสาวะ และป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • มีกากใย และสารต้านอนูมูลอิสระ ที่เป็นผลดีต่อระบบทางเดินอาหาร ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง สำหรับคนที่ต้องการบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง ถ่ายยาก
  • บำรุงร่างกาย บำรุงตับ และไต
  • มีสารสำคัญ ที่มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีขึ้น
  • สามารถนำมาเป็นพืชแต่งกลิ่นในอาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร
  • ในเมล็ดขึ้นฉ่าย มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยในการขับลม และนำไปสกัด ใช้ไล่ยุงได้
220527-Content-มารู้จัก-ขึ้นฉ่ายพืชสมุนไพรมากประโยชน์-สรรพคุณเด่น03

บริโภคขึ้นฉ่ายอย่างไรให้ปลอดภัย

  • รับประทานเป็นผักสด หรือประกอบในอาหาร เช่น ผัดเห็ดหอม ผัดเต้าหู้ แกงจืด เป็นต้น
  • นำเมล็ดขึ้นฉ่าย มาทำเป็นชาชงดื่ม
  • ดื่มน้ำคั้นสด โดยใช้ต้นสดประมาณ 100 กรัม นำมาตำ หรือปั่นละเอียด จากนั้น กรองเอาเฉพาะน้ำ ดื่มก่อนรับประทานอาหาร ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ

ทั้งนี้ ไม่ควรรับประทานขึ้นฉ่าย หรืออาหารชนิดใดชนิดหนึ่งปริมาณมาก ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย และประกอบด้วยสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย

ข้อควรระวังในการรับประทานขึ้นฉ่าย

  1. การใช้ขึ้นฉ่าย เพื่อต้องการสรรพคุณทางยา ควรใช้ตามขนาดที่ระบุไว้ในตำรับยาต่าง ๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป  เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
  2. หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขึ้นฉ่าย ในปริมาณมากทุกรูปแบบ เพราะอาจทำให้มดลูกหดตัว และเสี่ยงต่อภาวะแท้ง
  3. ขึ้นฉ่ายอาจเพิ่มความเสี่ยงให้มีเลือดออกง่ายขึ้น และอาจทำให้ความดันเลือดลดต่ำลง เมื่อรับประทานในปริมาณมาก ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ และผู้ที่มีภาวะความดันต่ำ จึงควรระมัดระวังในการรับประทาน
  4. ยาบางชนิด อาจทำปฏิกิริยากับขึ้นฉ่าย เช่น ยาเลโวไทรอกซีน ยาลิเทียม ยาระงับประสาท หรือยาที่ออกฤทธิ์ ให้เกิดอาการง่วงซึม เป็นต้น รวมถึงผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนจะรับประทานขึ้นฉ่าย เพื่อเป็นยารักษาโรค
  5. ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ UMBELLIFERAE ควรหลีกเลี่ยงในการรับประทานขึ้นฉ่ายทุกรูปแบบ

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

การขยายพันธุ์ และวิธีปลูกขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่ายสามารถขยายพันธุ์ได้ โดยการใช้เมล็ด โดยมีวิธีการ ดังนี้

  • การเตรียมแปลง ทำการยกร่องแปลง หรือทำแปลงแบบธรรมดาในขนาดกว้าง 1-2 เมตร ความยาวตามความเหมาะสม  ทำการไถพรวนดิน ร่วมด้วยกับการกำจัดวัชพืช และตากดิน 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดดิน
  • ทำการหว่านปุ๋ยคอก ร่วมด้วยกับผสมปุ๋ยเคมีเพียงเล็กน้อย เช่น ปุ๋ยคอก หรือมูลโค 1000 กก./ไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมี 30 กก./ไร่ ไถกลบดิน และตากดิน 2-3 วัน ก่อนปลูก

วิธีการปลูก

การปลูกด้วยการหว่านเมล็ด เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยหว่านเมล็ดลงแปลง หลังการไถพรวนครั้งสุดท้าย ในอัตราเมล็ดพันธุ์ 0.5-1 กก./ไร่ แต่ไม่ควรให้ถี่มาก และการปลูกด้วยการหยอดหลุม ให้ระยะห่างของหลุมในแนวขวาง และแนวยาวที่ 10-15 เซนติเมตร โดยหยอดเมล็ดพันธุ์ 3-5 เมล็ด/หลุม  หลังจากการหว่านเมล็ด หรือการหยอดเมล็ด ให้คราดเกลี่ยกลบดินเล็กน้อย พร้อมวางทับด้วยฟางบาง ๆ และรดน้ำให้ชุ่ม

การให้น้ำ

สามารถให้น้ำตั้งแต่การหว่านเมล็ดครั้งแรก จนถึงระยะเก็บเกี่ยว วันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น ส่วนการใส่ปุ๋ย อาจใช้วิธีการหว่าน หรือการละลายน้ำรดก็ได้ ในอัตรา 50 กก./ไร่ โดยจะเริ่มให้ปุ๋ย เมื่อต้นกล้าตั้งต้นได้แล้ว หรือประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังเมล็ดงอก และให้อีกครั้ง ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 2 อาทิตย์ ผักขึ้นฉ่าย หลังจากเมล็ดงอก จนถึงการเก็บเกี่ยว จะใช้เวลาประมาณ 40-50 วัน ซึ่งควรเก็บในช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็น

บทความที่เกี่ยวข้อง:

เพื่อการเพาะปลูกที่ไร้กังวล ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ หรือการทำงานเกษตรตต่าง ๆ เราขอแนะนำ สินค้าการเกษตร มีให้เลือกหลากหลาย รับรองสินค้าทุกชิ้น มีมาตรฐาน คุณภาพดี และรับประกัน บริการหลังการขายที่ดีแน่นอน

27 พฤษภาคม 2022

โดย

ลำดวน

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment