เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนที่เคยไปร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านข้าวแกง แล้วชอบเติม “พริกน้ำปลา” เพิ่มบ้าง เชื่อว่าคงจะมีคนจำนวนไม่น้อย เพราะมันช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีเลยที่เดียว แต่รู้หรือไม่ว่าพริกน้ำปลาถ้วยจิ๋วที่เคียงข้างเมนูสุดโปรด หรือบางร้านก็ใส่ถ้วยไว้ให้เติมได้ไม่อั้นที่เราชอบกินในชีวิตประจำวันนี่แหละที่จะทำให้เราเสี่ยงโรคร้ายได้ เพราะ 1 ช้อนชามีโซเดียมถึง 500 มิลลิกรัมเลยนะ 😱

ในวันนี้ SGE ขอพาทุกคนไปรู้จักกับพริกน้ำปลากันให้มากขึ้นกัน


พริกน้ำปลา คืออะไร?

หรือบางคนอาจจะเรียก น้ำปลาพริก เป็นเครื่องปรุงที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย พบได้ทั่วไปตามร้านอาหารต่าง ๆ ใช้เพิ่มรสเผ็ด และเค็มในอาหาร ทำจากการผสมน้ำปลา และพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน ในบางครั้งอาจใส่น้ำมะนาวด้วยเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว

210428-Content-“พริกน้ำปลา”ทานเยอะอันตรายไหม-ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรรู้!-02

“พริกน้ำปลา” ถือได้ว่าเป็นโซเดียมที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดที่มักถูกมองข้าม และถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนไทยไปแล้ว ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิว่าร้านอาหารตามสั่งน้อยร้านนักที่จะไม่มีพริกน้ำปลา 😋


โซเดียมในพริกน้ำปลา อันตรายอย่างไร?

โซเดียม คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยทั่วไปร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่ในชีวิตประจำวันของเราอาจจะบริโภคโซเดียมมากกว่านั้น โดยปริมาณโซเดียมสูงสุดที่บริโภคแล้วไม่อันตราย คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม ต่อวัน หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชา เพราะหากได้รับปริมาณโซเดียมเกินความจำเป็นจะก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคไต, โรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือตัน เป็นต้น


ประโยชน์ของ โซเดียม

  • ช่วยปรับสมดุลของเหลว และเกลือแร่ในร่างกาย
  • ช่วยให้การส่งกระแสไฟฟ้า ไปตามเส้นประสาททำงานได้เป็นปกติ
  • ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย และความดันโลหิต
  • ช่วยการหด และคลายตัวของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ
  • หากรับประทานโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้ 10 เปอร์เซ็นต์ , ลดปัญหาหลอดเลือดอุดตันลง 13 เปอร์เซ็นต์ , ยืดอายุไต และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคร้ายอื่น ๆ อีกด้วย


โทษของโซเดียม

  • โรคไต เพราะปกติร่างกายของเราจะขับโซเดียมออกจากไต แต่ถ้ามีมากเกินไป ขับยังไงก็ไม่หมด ไตก็จะทำงานหนักจนเกิดอาการเสื่อม ทำให้ขับโซเดียมได้น้อยลง
  • การรับประทานโซเดียมในปริมาณเกินความจำเป็นของร่างกาย ส่งผลทำให้เป็นความดันโลหิตสูงแบบถาวร ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อีกทั้งความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เต้นเร็วขึ้น และหากปริมาณของเหลวในร่างกายมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตัน และเสี่ยงที่หัวใจจะวาย หัวใจขาดเลือด ไปจนถึงเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้เสียชีวิต หรือกลายเป็น อัมพฤกษ์-อัมพาต ได้ในที่สุด
  • เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียม จะขับน้ำออกทางปัสสาวะมากขึ้น โดยขับเอาแคลเซียมออกมาด้วย ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม จนเกิดกระดูกเสื่อมได้
  • เสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะการกินโซเดียมมาก ๆ จะไปทำลายผนังกระเพาะอาหาร จึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหาร และเกิดเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้
  • คนที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว การกินโซเดียมมาก ๆ อาจส่งผลกระทบได้
210428-Content-“พริกน้ำปลา”ทานเยอะอันตรายไหม-ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรรู้!-03


วิธีลดโซเดียม ต้องทำอย่างไร?

  1. หากปรุงอาหารรับประทานเอง ควรลดปริมาณเครื่องปรุงรสในอาหาร เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว น้ำมันหอย ผงชูรส และควรกะปริมาณ ก่อนปรุงรสทุกครั้ง
  2. หากว่าจำเป็นต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่ม หลีกเลี่ยงการเติมพริกน้ำปลา ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ และไม่ควรซดน้ำแกงหรือน้ำซุปจนหมด เพราะโซเดียมจากเครื่องปรุงรสต่างๆ ส่วนใหญ่จะละลายอยู่ในน้ำแกง หรือน้ำซุปนั่นเอง
  3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด อาหารหมักดอง, อาหารแช่อิ่ม, อาหารแปรรูป, อาหารสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ขนมขบเคี้ยว ควรอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง แล้วเลือกอาหารที่มีโซเดียมน้อยที่สุด
  4. หลีกเลี่ยงขนมหวานที่มีโซเดียม เช่น กล้วยบวชชี และอาหารที่มีโซเดียมแฝง ขนมอบทุกชนิดที่ใส่ผงฟู เช่น ขนมปัง, เค้ก, คุ้กกี้, โดนัท, พาย, ซาลาเปา รวมทั้งสารกันบูดในอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ
  5. เลือกใช้เกลือ หรือน้ำปลาโลว์โซเดียม ที่มีจำหน่ายตามร้านค้าต่าง ๆ มาปรุงรสแทนน้ำปลาทั่ว ๆ ไป


จะเห็นได้ว่า น้ำปลาพริกที่หลายคนชอบทานนั้นก็มีโทษอยู่เหมือนกัน สำหรับคนวัยหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรง ก็ต้องระมัดระวัง และควบคุมการรับประทานอาหารรสเค็ม เพื่อเป็นการป้องกัน และไม่ให้เกิดการสะสมโซเดียมไว้ในร่างกายมากเกินไป อีกทั้งควรเลือกใช้เกลือ หรือน้ำปลาโลว์โซเดียม มาปรุงอาหารแทน เพื่อลดความเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ 😉👌 สามารถติดตาม บทความอื่นๆ ได้ที่นี่

Line
Facebook
Youtube