WIne Tasting

199 Views

คัดลอกลิงก์

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รู้รสชาติไวน์ได้แบบมืออาชีพ SGE มี 6 ขั้นตอน ไวน์เทสติ้ง มาฝาก
ใครอยากเรียนรู้การชิมไวน์อย่างถูกวิธี หรือ อยากพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ แล้วละก็ ไม่ควรพลาด

WIne Tasting

Wine Tasting คือ ทักษะที่นักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ ต้องมี เพราะจะช่วยให้รู้ว่าไวน์ขวดนั้น ๆ มีบอดี้ Acidity ปริมาณแทนนิน ปริมาณแอลกอฮอลล์ กลิ่นและรสชาติ เป็นอย่างไร จะได้เป็นข้อมูลให้นักดื่มไวน์ใช้ตัดสินใจเลือกซื้อ ทำให้ซอมเมอลิเยร์สามารถคัดเลือกไวน์คุณภาพดีเข้าร้าน fine-dining ได้ ตลอดจน เป็นการการันตีว่าไวน์ขวดนั้น ๆ มีคุณภาพหรือไม่อีกด้วย

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ไวน์เทสติ้ง มีกี่ประเภท

ไวน์เทสติ้ง
  • ไวน์เทสติ้งแบบเป็นทางการ

เป็นงานชิมไวน์ของนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ ส่วนใหญ่เป็นการชิมแบบปิดตา (Blind Tasting) เพื่อทดสอบและท้าทายประสาทการรับรู้รสของแต่ละคนให้มากที่สุด โดยไวน์เทสติ้งประเภทนี้ จะมีการเขียนไวน์เทสติ้งโน้ต และ ให้คะแนนกันอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นข้อมูลอ้างอิงของไวน์ขวดนั้น ๆ ซึ่งจะถูกจำหน่ายไปทั่วโลก

  • ไวน์เทสติ้งแบบไม่เป็นทางการ

งานไวน์เทสติ้ง ที่ถูกจัดขึ้นโดยผู้นำเข้าไวน์หรือสถานที่ที่จัดงาน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร เพื่อส่งเสริมการตลาด ส่วนใหญ่เป็นการชิมเพื่อความบันเทิง จะมืออาชีพ มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่น ก็สามารถเข้าร่วมได้ มักจัด 3 รอบต่อวัน คือ กลางวัน บ่าย และ เย็น

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ไวน์เทสติ้ง ตอนไหนดีที่สุด

WIne Tasting

เวลาทำ ไวน์เทสติ้ง ที่ดีที่สุด คือ หลังจากกินข้าวเช้า หรือ ข้าวเที่ยง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะหากชิมไวน์ตอนท้องว่าง จะทำให้เมาง่าย และ ไม่สามารถไวน์เทสติ้งขวดอื่น ๆ ได้ จึงควรกินให้อิ่มท้อง ก่อนชิมไวน์ทุกครั้ง

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

Wine Tasting มีกี่ขั้นตอน

ไวน์เทสติ้ง

การทำ ไวน์เทสติ้ง มี 6 ขั้นตอน คือ ดู (See) เขย่า (Swirl) ดม (Smell) จิบ (Sip) บ้วนทิ้ง (Spit) กลืนลงคอ (Swallow) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 6S โดยขั้นตอนต่าง ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ดู (See)

ดูสีของไวน์ โดยการยกแก้วไวน์ขึ้นสูงในแนวเฉียง ให้โดนแสงสว่าง ถ้ามีกระดาษขาว ให้ใช้เป็นพื้นหลัง จะช่วยให้เห็นสีของไวน์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยสีของไวน์ สามารถบ่งบอกได้ถึง 3 เรื่อง คือ

  • ประเภทไวน์ : ดูว่าไวน์มีสีอะไร เพื่อบ่งบอกว่าคือ ไวน์ขาว ไวน์แดง ไวน์โรเซ่ หรือ ไวน์ส้ม
  • สายพันธุ์องุ่น : สีของไวน์ บอกสายพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ได้ เช่น ไวน์ขาว Chardonnay มีสีเหลืองอ่อนคล้ายฟางข้าว ไวน์แดง Pinot Noir มีสีแดงจาง ในขณะที่ ไวน์แดง Cabernet จะมีสีแดงเข้มออกม่วง เป็นต้น
  • อายุไวน์ : สีของไวน์ บอกถึงอายุไวน์ได้ โดยไวน์แดงอายุน้อย จะมีสีแดงเข้มจนถึงม่วงเข้ม แต่ถ้าอายุมาก สีจะเริ่มอ่อนลง จนมีสีแดงอ่อนหรือส้มอิฐ ส่วนไวน์ขาวอายุน้อย สีจะเหลืองใส แต่ถ้าอายุมาก ไวน์ขาวจะมีสีเหลืองเข้มขึ้น

ทั้งนี้ ควรสังเกตรายละเอียดอื่น ๆ ของไวน์ด้วย เพราะจะช่วยบ่งบอกถึงคุณภาพของไวน์ได้ เช่น จำนวนฟองของไวน์ ยิ่งฟองขึ้นน้อย และ ฟองละเอียดมากเท่าไหร่ ตอนดื่มก็จะได้รับกลิ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงความโปร่งใสของสี และ สิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ที่อาจเจือปนอยู่ในไวน์

2. เขย่า (Swirl)

เขย่าแก้วไวน์ เพื่อให้กลิ่นของไวน์ลอยโชยขึ้นมา จะได้ดมกลิ่นได้ง่ายขึ้น โดยมีเทคนิคคือ ให้ยกแก้วขึ้นเล็กน้อย แล้วตั้งศอกให้ทำมุมกับลำตัว ประมาณ 90 องศา จากนั้น จับก้านแก้วแล้ววนแก้วซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ โดยรอบแรก ให้วนแก้วอย่างช้า ๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วเล็กน้อย เพื่อให้ไวน์สัมผัสกับออกซิเจนมากขึ้น

3. ดม (Smell)

ดมกลิ่นไวน์ เพื่อแยกแยะว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง โดยยกแก้วขึ้น ให้ปากแก้วอยู่ชิดกับปลายจมูก จากนั้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ให้จมูกของคุณสัมผัสถึงกลิ่นที่อยู่ในไวน์ หลัก ๆ แล้ว กลิ่นที่มักจะได้รับ มีอยู่ 9 กลิ่น คือ กลิ่นสัตว์ กลิ่นยางไม้ กลิ่นเนื้อไม้ กลิ่นทางเคมี กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นเครื่องเทศ และ กลิ่นจำเพาะอื่น ๆ

4. จิบ (Sip)

ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เพื่อสัมผัสถึงรสชาติ โดยเราจะไม่ยกขึ้นดื่ม แล้วกลืนลงคอในทันที แต่จะใช้วิธีจิบในปริมาณเล็กน้อย แล้วกลิ้งหรือเคี้ยวไวน์ในปาก อย่างน้อย 10 วินาที ให้รสชาติของไวน์อบอวลไปทั่วทั้งลิ้น จะทำให้รับรู้ถึงรสชาติไวน์ได้ดียิ่งขึ้น

5. บ้วนทิ้ง (Spit)

หลังจากจิบ แล้วกลิ้งหรือเคี้ยวไวน์ในปาก จนสัมผัสได้ถึงรสชาติของไวน์แล้ว ให้บ้วนทิ้งทันที วิธีนี้ จะช่วยให้ลิ้นของคุณไม่ปนเปื้อนไวน์ขวดนั้น ๆ สามารถล้างปากด้วยน้ำเปล่า แล้วพร้อมไวน์เทสติ้งขวดต่อไปได้เลย

6.กลืนลงคอ (Swallow)

หากต้อง ไวน์เทสติ้ง โดยการจิบไวน์แค่ไม่กี่ขวด จะจิบแล้วกลืนลงคอทันทีเลยก็ได้ แต่ถ้าต้องชิมไวน์หลาย ๆ ตัวแล้วละก็ แนะนำให้จิบไวน์แล้วบ้วนทิ้ง จะดีที่สุด

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ทำไมควรเขียน ไวน์เทสติ้งโน้ต ทุกครั้ง

WIne Tasting

ระหว่างทำไวน์เทสติ้ง หรือ หลังจากทำไวน์เทสติ้ง ควรเขียนไวน์เทสติ้งโน้ตทุกครั้ง เพื่อให้สามารถจดจำอัตลักษณ์ของไวน์ขวดนั้น ๆ ได้ เนื่องจากพอเวลาผ่านไปสักพัก เราอาจหลงลืม หรือ จำความรู้สึกตอนดื่มไวน์นั้น ๆ ไม่ได้ การเขียนเทสติ้งโน้ต จะช่วยให้เรามีข้อมูลไวน์นั้น ๆ อยู่ในมือ ทำให้ไม่ต้องทำไวน์เทสติ้งใหม่ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และ ยังเป็นการบันทึกถึงความรู้สึกแรกของเราที่มีต่อไวน์ อันเป็นตอนที่ลิ้นของเรามีสัมผัสที่เที่ยงตรงมากที่สุดเอาไว้อีกด้วย

โดยรายละเอียดของไวน์ที่ขวดมี ได้แก่ ชื่อไวน์ แหล่งผลิตไวน์ สายพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ วันที่ดื่ม แก้วไวน์ที่ใช้ดื่ม ตลอดจนกลิ่นและรสชาติ บอดี้ของไวน์ Acidity ปริมาณแทนนิน ปริมารแอลกอฮอลล์ เป็นต้น ซึ่งยิ่งเราเขียนรายละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลของไวน์ หรือ รู้ถึงความแตกต่างของไวน์ขวดนั้น ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 6 ขั้นตอน ไวน์เทสติ้ง ที่ SGE นำมาฝาก ทำตามได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะ หากใครอยากเรียนรู้การชิมไวน์อย่างถูกวิธี หรือ อยากพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนักชิมไวน์ หรือ ซอมเมอลิเยร์ มืออาชีพ แล้วละก็ ลองทำตามได้เลย รับรองว่า จะช่วยให้คุณชิมไวน์ได้อย่างถูกวิธี สามารถลิ้มรสชาติไวน์ ได้แบบมืออาชีพ แน่นอน

สำหรับใครที่อยากฝึกชิมไวน์ เพื่อเริ่มต้นก้าวสู่การเป็นนักชิมไวน์ชั้นนำของประเทศ แล้วยังไม่มีตู้แช่ไวน์ สำหรับเก็บไวน์ให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม คงรสชาติและคุณภาพไว้ได้เป็นอย่างดีแล้วละก็ ขอแนะนำ ตู้แช่ไวน์ ตู้จ่ายไวน์ รุ่นใหม่ล่าสุด จาก SGE มาพร้อมฟังค์ชั่นสุดพิเศษ! ที่จะทำให้เก็บไวน์ได้คุณภาพไปอีกขั้น ควบคุมอุณหภูมิ (5 – 20 องศาเซลเซียส) หน้าจอระบบสัมผัส ระบบไฟ LED ชั้นวางวัสดุคุณภาพ ละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ รักษาความสะอาดปลอดสาร CFC ประหยัดพลังงาน สนใจตู้แช่ไวน์ ตู้จ่ายไวน์ คลิกเลย >> https://www.sgethai.com/wine-cellar/


บทความที่น่าสนใจ

30 ตุลาคม 2023

โดย

Pres

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment


ดำเนินการไม่สำเร็จ กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ติดตามสำเร็จ สามารถรับข่าวสารของเราได้ทาง E-mail ที่คุณกรอก