ถั่งเช่า คือ สมุนไพรจริงรึเปล่า มีสรรพคุณรักษาโรคได้สารพัดตามโฆษณาจริงหรือไม่ ทำไมถึงกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขายกันมากมาย และมีมูลค่าสูง จนถึงขนาดที่มีคนดังกล้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ ขายกันอย่างเปิดเผย และการที่มีข่าวว่า ถั่งเช่า ถูกถอนออกจากบัญชียาของจีน ทำให้ ถั่งเช่านั้น เป็นสมุนไพรเก๊หรือไม่

หากคุณมีข้อสงสัยเหล่านี้ และต้องการหาคำตอบ SGE มีข้อมูลเกี่ยวกับ ถั่งเช่า มาฝาก รับรองว่าไขข้อสงสัย และ ได้ความรู้แบบกระจ่าง ชัด ๆ ไปเลยว่า ถั่งเช่า นั้น  เป็นสมุนไพร “จริง” หรือ “เก๊” และทานแล้วมีประโยชน์จริง ๆ หรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย

ถั่งเช่า คืออะไร

ถั่งเช่า

ถั่งเช่า หรือ “ตังถั่งเช่า” “ตงถงเซี่ยเฉ่า” ถ้าเรียกตามแบบจีน คือ สมุนไพร ซึ่งถูกบัญญัติไว้ในตำรายาจีนโบราณ “เปิ่นเฉ่ากังมู่ สืออี๋” ซึ่งถูกเขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง โดยเป็นเชื้อราเห็ดที่อาศัยอยู่ในหนอนผีเสื้อกลางคืนที่จำศีลในฤดูหนาว เกิดจากเมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย สปอร์เห็ดจะพัดไปกับน้ำแข็งที่ละลาย แล้วไปตกที่พื้นดิน ทำให้ตัวหนอนเหล่านี้กินสปอร์เห็ดเข้าไปเป็นอาหาร

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนและได้รับแสงอาทิตย์ สปอร์เห็ดนั้นจะเริ่มเจริญเติบโตจากภายใน กลายเป็นเส้นใย งอกออกทางปากหนอน มีรูปทรงคล้ายไม้กระบอกขึ้นมา  โดยอาศัยแสงอาทิตย์ และดูดสารอาหาร แร่ธาตุจากตัวหนอน เพื่อการเติบโต เมื่อนั้น ตัวหนอนเองก็จะค่อย ๆ ตายไป จนอยู่ในลักษณะของหนอนตายซาก ฉะนั้น “ถั่งเช่า” ประกอบด้วย 2 ส่วน ตัวหนอนที่ตายแล้วและเห็ดที่มีสรรพคุณทางยา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซากหนอนที่ตายแล้ว อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

ถั่งเช่ากับสรรพคุณรักษาโรค

ถั่งเช่า

แรกเริ่มเดิมที ถั่งเช่าคือสมุนไพรที่ใช้เฉพาะในทางแพทย์แผนจีนเท่านั้น โดยบันทึกสรรพคุณไว้ว่า บรรเทาอาการปวดหลัง เมื่อยเอว บำรุงปอดและไต ห้ามเลือด ละลายเสมหะได้ รักษาอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือดและยังบำรุงไต ในส่วนของไตหยาง ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ดี ซึ่งเมื่อมีการศึกษาว่า ถั่งเช่าสามารถรักษาอาการต่าง ๆ ได้จริงหรือไม่ ก็พบว่า มีผลการศึกษา ดังต่อไปนี้

1. ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ

จากข้อมูลการศึกษา พบว่าถั่งเช่า สามารถเสริมสมรรถภาพทางเพศได้จริง ทั้งช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิในผู้ชาย และกระตุ้นให้ผู้ที่มีความต้องการทางเพศลดลง กลับมามีความต้องการทางเพศสูงขึ้นได้อีกครั้ง โดยจากการวิจัยในผู้ชาย 22 คน ที่มีจำนวนสปิร์มลดลงและผิดปกติ พบว่า เมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม สามารถเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลงได้ถึง 29%  ในส่วนผู้ที่มีความต้องการทางเพศลดลง ทั้งชายและหญิง จำนวน 189 คน เมื่อทานถั่งเช่าเข้าไป พบว่าช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศโดยรวมสูงขึ้นถึง 66%

2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่า ถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานดีขึ้น

3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

เมื่อทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวาน รับประทานถั่งเช่า ปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่า สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%

4. บำรุงระบบการทำงานของไต

ถั่งเช่าสามารถบำรุงระบบการทำงานของไต ได้จริงหรือไม่ ยังคงไม่แน่ชัด เพราะแม้มีงานวิจัยที่ให้ผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรัง 28 คนรับประทานถั่งเช่า (Cordyceps sinensis) ปริมาณ 3-5 กรัม/วัน แล้วพบว่า ถั่งเช่าช่วยลดปริมาณเม็ดเลือดขาวกลุ่มย่อยบางชนิดและอาจส่งผลดีต่อการทำงานของไตได้ แต่งานวิจัยฉบับนี้ ไม่ได้ระบุรายละเอียดของวิธีการวิจัย หรือ สิ่งที่ใช้วัดผลการทำงานของไตที่ชัดเจน รวมไปถึงระดับความเปลี่ยนแปลงของการทำงานของไตที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงไม่สามารถประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากการวิจัยนี้ได้

นอกจากนี้ ข้อมูลอื่นๆ ที่รายงานผลของถั่งเช่า ช่วยบำรุงระบบการทำงานของไต ไม่ว่าจะเป็น ผลต่อระดับโปรตีนในปัสสาวะ ผลต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง ผลต่อระดับสารต้านอนุมูลอิสระ หรือผลลดความเป็นพิษต่อไตจากยาบางชนิด แต่เนื่องจากข้อมูลดังกล่าว ยังไม่ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทำให้คุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ที่บอกว่าถั่งเช่าบำรุงระบบการทำงานของไตนั้น ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดและไม่อาจยืนยันประโยชน์ที่ชัดเจนได้

ข้อควรระวังในการใช้ ถั่งเช่า

ถั่งเช่าคือ

เมื่อดูจากสรรพคุณ รวมถึงผลการศึกษาที่มีการวิจัยในคนออกมา ก็จะเห็นได้ว่าถั่งเช่า สามารถใช้ในการรักษาโรคและช่วยบำรุงร่างกายได้จริง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกยังมีน้อย ก่อนใช้ถั่งเช่าจึงควรพิจารณาให้รอบคอบและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงที่มาของถั่งเช่าด้วย เพราะถั่งเช่าก็มีคุณภาพหลายเกรด หลายราคา สรรพคุณที่มีการศึกษามาทั้งหมดนั้น มาจากถั่งเช่าที่มีคุณภาพดี จากธรรมชาติบนยอดเขาสูงของจีนและทิเบต แต่ในปัจจุบันที่มีการขายถั่งเช่าตามท้องตลาดนั้น ส่วนใหญ่ อาจเป็นถั่งเช่าที่มีการเพาะเลี้ยงในห้องทดลอง แล้วนำมาขาย ทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่งมีการเจริญเติบโตคนละแบบ คนละสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การรับประทานเพื่อหวังให้มีคุณสมบัติช่วยรักษาโรคดังที่ได้กล่าวมา จึงอาจส่งผลให้ได้รับสรรพคุณไม่เต็มที่หรือไม่เทียบเท่าได้ จึงควรตรวจสอบที่มาและคุณภาพให้แน่ชัด หากอยากให้ได้ผลดีและช่วยบำรุงร่างกายได้จริง

ทั้งนี้ ปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรบริโภค ควรอยู่ระหว่าง 3-9 กรัม กินเปล่า ๆ หรือชงกับน้ำร้อนดื่มก็ได้ สำหรับผู้ที่ควรระมัดระวัง ไม่ให้รับประทานถั่งเช่า ประกอบไปด้วย ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive) เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และในเด็ก เนื่องจากยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ และห้ามใช้ในคนที่แพ้เห็ด Cordyceps ผู้ป่วยที่มีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และผู้ป่วยที่มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับถั่งเช่า

ถั่งเช่า

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีข้อมูลเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตกล่าวว่า อย่าเชื่อ ถั่งเช่า ว่าเป็นยา เพราะแม้แต่ประเทศจีน ที่บัญญัติให้ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรรักษาโรคนั้น ยังถอนออกจากบัญชี บัญชีอาหาร ทำให้เกิดความเข้าใจกันว่า ถั่งเช่านั้น คือสมุนไพรเก๊ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ทำจากถั่งเช่า ที่ขายกันตามท้องตลาดรวมถึงที่ขายกันอยู่ทางทีวีนั้น เป็นอาหารเสริมเก๊ที่ไม่มีสรรพคุณบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้จริง

จริง ๆ แล้ว ทั้งหมดเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะแม้ว่าตำราสมุนไพรจีน “เปิ่นเฉ่ากังมู่” ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงสมัยราชวงศ์หมิง จะไม่ได้ระบุชื่อของถั่งเช่าเอาไว้ แต่ด้วยรายชื่อสมุนไพรที่มีมากมาย ทำให้อาจมีการตกหล่นไปบ้าง จึงได้มีการรวบรวมอีกครั้ง จนกลายเป็นตำรา “เปิ่นเฉ่ากังมู่ สืออี๋” ซึ่งสืออี๋ ก็คือ เก็บตก เขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง ดังนั้น ถั่งเช่า จึงถูกระบุไว้ในตำราแพทย์แผนจีนจริง แต่เพิ่งถูกรวบรวมในสมัยหลัง แต่ก็เมื่อ 200 ปีมาแล้ว โดยไม่เพียงแค่ตำราโบราณเล่มเดียวที่บันทึกไว้ ยังมีตำรายาฉบับสากลของจีน และกระทรวงสาธารณสุข ในภายหลัง ก็ได้บัญญัติให้ ถั่งเช่า เป็นสมุนไพร ชนิดหนึ่งไว้เช่นกัน

ส่วนในเรื่องของประเทศจีน ถอนชื่อถั่งเช่า ออกจากบัญชียา บัญชีอาหารเสริมนั้น เกิดขึ้นจากมีการตรวจสอบแล้วพบว่า ในถั่งเช่านั้น มีสารหนู หรือ Arsenic ตกค้างอยู่จำนวนมาก หากนำมาทำเป็นอาหาร อาหารเสริม กินต่อเนื่องกันนาน ๆ อาจทำให้เกิดสารตกค้างในร่างกาย จึงถอนชื่อถั่งเช่าออก เพื่อให้ถั่งเช่าถูกควบคุมการใช้งาน ภายใต้การดูแลของหมอผู้เชี่ยวชาญ ให้คนไข้ได้ทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ฤทธิ์ทางยาของถั่งเช่า สามารถช่วยรักษาโรคและบำรุงร่างกายได้จริง

ทั้งนี้ ถั่งเช่าจะช่วยบำรุงร่างกายและรักษาโรคได้จริงหรือไม่นั้น ก็ต้องพิจารณาจากคุณภาพและที่มาของถั่งเช่านั้น ๆ ด้วย ว่ามาจากธรรมชาติหรือห้องทดลอง ซึ่งก็อาจมีสรรพคุณแตกต่างกันไป เนื่องจากมีที่มาแตกต่างกัน

กล่าวโดยสรุป ถั่งเช่านั้น คือสมุนไพรที่สามารถใช้บำรุงร่างกายและรักษาโรคได้จริง โดยโดดเด่นในเรื่องของการเสริมสมรรถภาพทางเพศ ลดน้ำตาลในเลือด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเป็นถั่งเช่าที่มาจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ด้วยฤทธิ์ที่เป็นยา อาจไปหักล้างกับยาที่ผู้ป่วยบางโรคทานอยู่ได้ จึงควรระมัดระวังการใช้งาน ตลอดจนทานในปริมาณพอดีเท่านั้น ก็จะช่วยให้ถั่งเช่าสามารถบำรุงร่างกายและทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้จริง