ประโยชน์ “แอปริคอต” ผลสด อบแห้ง กินยังไงให้สุขภาพดี!

ประโยชน์ "แอปริคอต" ผลสด อบแห้ง กินยังไงให้สุขภาพดี

158 Views

คัดลอกลิงก์

สารบัญ

แอปริคอต แอปริคอท (Apricot) ทั้งแบบสด อบแห้ง มีประโยชน์อย่างไร มีข้อควรระวังหรือไม่ มีวิธีทาน วิธีเก็บแบบไหน และมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง? ตาม SGE ไปหาคำตอบกัน!

ประโยชน์และสรรพคุณ “แอปริคอต”

แอปริคอทเป็นผลไม้แคลต่ำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้

ประโยชน์ “แอปริคอต” ผลไม้สีสวย สรรพคุณเยอะ ข้อควรระวัง วิธีกิน
  • บำรุงสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก แอปริคอตเป็นผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ดีต่อดวงตา ป้องกันโรคต้อกระจกได้
  • บำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง ในแอปริคอตมีวิตามินซี และสารอาหารอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สดใสอ่อนเยาว์ขึ้น
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ร่างกาย ป้องกันหวัด และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย
  • กระตุ้นการขับถ่าย ดีต่อลำไส้ ในแอปริคอทมีไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ดีต่อระบบทางเดินหาหาร ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์และกำจัดแบคทีเรียไม่ดีที่ตกค้างในลำไส้ 
  • แคลอรี่ต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนัก แอปริคอตมีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและรักษาน้ำตาลในเลือด และยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ควบคุมความดันโลหิต
  • ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ ในเมล็ดแอปริคอตมีสารอะมิกดาลิน (Amygdalin) ที่ช่วยป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง และป้องกันความเสื่อมทางสมอง
  • อาจมีส่วนช่วยในการปกป้องตับ แอปริคอตมีสารฟลาโวนอยด์ คาเทชิน เควอซิทิน เบตาแคโรทีน และวิตามินที่ช่วยต้านอักเสบของเซลล์ ซึ่งอาจช่วยบำรุงตับได้
  • แอปริคออตแปรรูปเป็นอาหาร เช่น แอปริคอตอบแห้ง แยม น้ำผลไม้ ฯลฯ
  • ส่วนผสมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น สบู่ มาร์ก เจลขัดผิว ทรีตเมนต์ ฯลฯ หรือนำผลสุกมาบดให้ละเอียด นำมาทาหน้าได้
  • อาหารเสริมเมล็ดแอปริคอต ทานเพื่อบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่

รวมคำถามที่หลายคนสงสัย

1.  พีช แอปริคอต พลัม ต่างกันอย่างไร?

ผลไม้ทั้งสามชนิดนี้อยู่ในวงศ์เดียวกัน คือ วงศ์ Rosaceae ทำให้มีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของผลว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? 

  •  พีช / ท้อ (Peach) ผลสีส้มอมชมพู (สีพีช) เปลือกบาง มีขนอ่อนนุ่มรอบผล เนื้อข้างในสีเหลืองหรือสีขาวอมเขียว รสชาติหวานอมเปรี้ยว 
  • แอปริคอต (Apricot) ผลสีเหลืองอมส้ม หรือสีส้มปนแดง เปลือกบาง มีขนอ่อนนุ่มรอบผล เนื้อแน่นแห้ง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน 
  • พลัม / ลูกไหน (Plum) ผลสีม่วงอมดำ สีแดงเข้ม หรือสีม่วงเข้ม เมื่อผลโตเต็มที่จะมีสีขาวนวลปกคลุม เนื้อด้านในสีเหลือง เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวานและหวานอมเปรี้ยว

2. กินแอปริคอตยังไงให้สุขภาพดี? 

ควรกินแอปริคอตในสัดส่วนที่พอดี เพื่อให้ได้รับสารอาหารและพลังงานที่พอเหมาะ แนะนำให้กินไม่เกินวันละ 2 ลูก ส่วนคนที่เป็นเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไม่ควรกินเกินวันละ 1 ลูก

3. นิยมกินแอปริคอตในรูปแบบไหน?

ในประเทศไทยนิยมกินแอปริคอต “อบแห้ง” หรือ “ตากแห้ง”  เนื่องจากทานง่าย เก็บได้นาน แถมสารอาหารยังเหลือเกือบครบ เหมาะสำหรับทานเป็นอาหารว่างหรือทานเล่น ช่วยทำให้อิ่มท้อง แคลต่ำ เหมาะสำหรับคนลดความอ้วน (ในกรณีที่อบแบบไม่ใส่น้ำตาล) ส่วนผลสุกมีรสเปรี้ยวอมหวาน สามารถทานเพื่อบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ หรือนำมาปั่น ทำเป็นน้ำผลไม้ เพิ่มความอร่อยและสดชื่นได้ 

4. เก็บแอปริคอตอย่างไรให้ได้นาน? 

แอปริคอตสด จัดเก็บในตู้เย็นได้ 3 – 5 วัน ส่วนแอปริคอตแห้ง สามารถเก็บใส่ขวดแก้วหรือภาชนะที่ปิดมิดชิดได้ ประมาณ 3 เดือน แต่หากอยากยืดอายุแอปริคอตแห้งให้นานขึ้นอีก สามารถซีลเก็บแบบสุญญากาศ (ประมาณ 6 – 8 เดือน) 

5. ราคา แอปริคอตสด / แอปริคอตอบแห้ง กี่บาท?

  • แอปริคอตสด ราคากิโลกรัมละ 80 – 120 บาท
  •  แอปริคอตอบแห้ง ราคาประมาณ 3 – 5 บาท/กรัม หรือถุงละ 150 – 300 บาท (500 กรัม)

* ข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567  (ราคาแอปริคอตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเศรษฐกิจ กลไกการตลาด และปัจจัยอื่น ๆ) 

Back to top

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ข้อมูลโภชนาการ แอปริคอต

ข้อมูลโภชนาการ สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ของแอปริคอต ปริมาณ 100 กรัม

สารอาหาร

แอปริคอตสด แอปริคอตอบแห้ง ปริมาณ (หน่วย)
พลังงาน 48 241 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 11 63 กรัม
น้ำตาล 9 53 กรัม
เส้นใย 2 7 กรัม
ไขมัน 0.4 0.5 กรัม
โปรตีน 1.4 3.4 กรัม
วิตามินเอ 96 180 ไมโครกรัม
เบตาแคโรทีน 1,094 2.163 ไมโครกรัม
ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม
วิตามินบี 1 0.03 0.015 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.04 0.074 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 0.6 2.589 มิลลิกรัม
วิตามินบี 5 0.24 0.516 มิลลิกรัม
วิตามินบี 6 0.054 0.143 มิลลิกรัม
วิตามินบี 9 9 10 ไมโครกรัม
วิตามินซี 10 1 มิลลิกรัม
วิตามินอี 0.89 4.33 มิลลิกรัม
วิตามินเค 3.3 3.1 ไมโครกรัม
ธาตุแคลเซียม 13 55 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 0.4 2.66 มิลลิกรัม
ธาตุแมกนีเซียม 10 32 มิลลิกรัม
ธาตุแมงกานีส 0.077 0.235 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 23 71 มิลลิกรัม
ธาตุโพแทสเซียม 259 1,162 มิลลิกรัม
ธาตุโซเดียม 1 10 มิลลิกรัม
ธาตุสังกะสี 0.2 0.29

มิลลิกรัม

แหล่งข้อมูลประกอบ: USDA

Back to top

แนะนำ เมนูแอปริคอต

เมนูแอปริคอตที่น่าทานและได้รับความนิยมในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? ตามไปจดสูตร แล้วไปเข้าครัวพร้อม ๆ กันเลย!!

1 แอปริคอตอบแห้ง (Dried Apricot)

แอปริคอตอบแห้ง (Dried Apricot)

1 แอปริคอตอบแห้ง (Dried Apricot)

ส่วนผสม

  • ผลแอปปริคอตสุก 1 กิโลกรัม

วิธีทำ

1. เลือกแอปริคอตผลสุกถึงสุกมาก ทำความสะอาดให้เรียบร้อย คว้านเมล็ดออก หั่นเนื้อแอปริคอตออกเป็นชิ้น ขนาดเท่ากัน
2. นำไปต้มในน้ำเดือดจัด ประมาณ 30 วินาที แล้วตักออก น็อกน้ำเย็น
3. ปูแผ่นกระดาษรองอบในถาดอบ เรียงชิ้นแอปริคอตลงไป นำเข้าเตาอบ อุณหภูมิต่ำ ประมาณ 50 – 70 องศาเซลเซียส นาน 6 ชม. (พลิกด้านทุก 2 ชั่วโมง) หากจับแล้วมีความนิ่ม ๆ หยุ่น ๆ แล้วถือว่าใช้ได้

2 แยมแอปริคอต (Apricot Jam)

แยมแอปริคอต (Apricot Jam) วิธีทำ

2 แยมแอปริคอต (Apricot Jam)

ส่วนผสม

  • แอปริคอท  300 กรัม
  • น้ำตาล 3 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  • น้ำมะนาวสด 1 ลูก

วิธีทำ

1. ล้างแอปริคอตให้สะอาด คว้านเมล็ดออก แล้วผ่าครึ่ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก
2. ตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่า เปิดไฟกลาง ตามด้วยน้ำตาลทราย ใส่เนื้อแอปริคอตลงไป
3. เมื่อทุกอย่างเดือด ให้คนเรื่อย ๆ ประมาณ 15 นาที พอส่วนผสมข้นเหนียว ปิดเตา ใส่น้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน
4. ตักใส่ขวดหรือโหลแก้ว ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยปิดฝา เก็บไว้ทานได้ประมาณ 15 – 30 วัน

3 แอปริคอตสมูทตี้ (Apricot Smoothies)

แอปริคอตสมูทตี้ (Apricot Smoothies)

3 แอปริคอตสมูทตี้ (Apricot Smoothies)

ส่วนผสม 

  • แอปริคอตสด หรือ แอปริคอตแช่แข็ง 50 กรัม
  • น้ำผึ้ง 500 มิลลิลิตร
  • นมพร่องมันเนย 250 กรัม
  • โยเกิร์ตพร่องมันเนย 50 กรัม
  • น้ำแข็ง 10 ก้อน

วิธีทำ
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ หากชอบหวาน เติมน้ำตาลเพิ่มได้

Back to top

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

แอปริคอต (Apricot)

แอปริคอต ผลไม้ ลักษณะ รสชาติ
ต้นแอปริคอต ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ชื่อวิทยาศาสตร์

 Prunus armeniaca L.

ชื่อสามัญ

Apricot

วงศ์

Rosaceae

ถิ่นกำเนิด

ประเทศจีน

เอพริคอต, แอพริคอต, หรือ แอปริคอต (Apricot) ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ปัจจุบันแพร่ขยายการปลูกไปทั่วโลก โดยแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จีน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และแอฟริกา 

ลักษณะเด่นของ “ผลแอปริคอต” ผลอ่อนจะมีสีเขียว ผลแก่จะมี สีส้มอมแดง สีส้มอมเหลือง รอบผลมีขนอ่อนคล้ายกำมะหยี่ นิยมทานผลสด ๆ หรือนำมาอบแห้ง แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งทำเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ช่วยชะลอวัย ป้องกันโรคเรื้อรัง บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร และดีต่อหัวใจ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์แอปริคอต

ราก / ลำต้น

ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ความสูงจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ตั้งแต่ไม่ถึง 3 เมตรไปจนถึง 6 เมตร ส่วนเนื้อไม้จะมีความแข็งและเหนียว เปลือกสีน้ำตาล

ใบ

ใบต้นแอปริคอตจะเป็นใบเดี่ยว สีเขียว มีลักษณะรูปไข่ ยาวรี ขอบใบหยักรอยเลื่อย ก้านใบยาว ใบมีสีเขียวออกเรียงสลับกัน

ดอก 

ดอกมีลักษณะรูปแตร กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลืองยาว กลีบเลี้ยงสีแดง ก้านช่อดอกสั้น ออกเป็นดอกเดี่ยว อยู่เป็นกระจุก ตามซอกใบ ซอกกิ่ง

ผล / เมล็ด

ผลทรงกลม ผิวเปลือกมีขนนุ่มทั่วผล มีร่องกลางผลตามยาวชัดเจน มีก้านผลสั้น ผลดิบสีเขียว ผลสุกจะมีสีเหลือง สีส้ม เนื้อแน่นสีเหลือง รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม นำมาเป็นผลไม้รับประทาน ประกอบอาหารได้หลายเมนู และทำเป็นเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้

Back to top

สายพันธุ์ของแอปริคอต

แอปริคอตมีหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ในต่างประเทศแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามการออกผล คือ ต้นฤดูร้อน (Early Apricots) และ กลางฤดูร้อน (Mid-season Apricots)

  • Early Apricots เช่น พันธุ์ Melitopol, Harostar,  Bryansk in the early, Goldrich 
  • Mid-season Apricots เช่น พันธุ์ Candy, Ulyanikhinsky, Aquarius, Royal, Big red, Olympus และ Phelps  

 ส่วนสายพันธุ์ที่เติบโตได้ดีที่สุดในประเทศไทยจะเป็น “สายพันธุ์อินเดีย” ( India Apricot ) 

สายพันธุ์ของ แอปริคอต (Apricot)

สายพันธุ์อินเดีย เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกและให้ผลได้ในเขตร้อน แม้ว่าจะเป็นเป็นพันธุ์ที่โตช้า แต่โตได้ทุกสภาพดิน ผลเล็ก รสหวานอมเปรี้ยว

Back to top

วิธีปลูก แอปริคอต ในประเทศไทย

ต้นแอปริคอต ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้ง เมล็ดเพาะ ต้นกล้า ทาบกิ่ง ติดตา และตอนกิ่ง แต่วิธีที่โตง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม คือ การปลูกแบบใช้ต้นพันธุ์ 

วิธีปลูกแอปริคอต ผลไม้สารพัดประโยชน์
สวน แอปริคอต ปลูกยังไงในประเทศไทย
  • ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมต้นพันธุ์

    เลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง ไร้โรค และ ไร้ศัตรูพืช ความสูงประมาณ 25 – 30 ซม.

  • ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมดินปลูก

    ต้นแอปริคอตชอบดินร่วนและพื้นที่โล่ง กำจัดวัชพืชหน้าดินให้เรียบร้อย แล้วขุดหลุม รดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ

  • ขั้นตอนที่ 3 : ปลูกต้นแอปริคอต

    ปลูกต้นแอปริคอตลงแปลง โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น ประมาณ 3 X 3 เมตร แล้วฝังดินกลบ

  • ขั้นตอนที่ 4 : การดูแลรักษา

    • การให้น้ำ : แอปริคอตเป็นพืชที่ต้องการน้ำปานกลาง โดยแบ่งการให้น้ำออกเป็นช่วง คือ ช่วงการเติบโตของต้นพันธุ์, ช่วงหลังดอกบาน และ 10 – 15 วัน หลังผลสุก
    • การให้ปุ๋ย : ช่วงต้น = ปุ๋ยไนโตรเจน, ช่วงปลาย = ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม แต่ไม่มีไนโตรเจน
    • การตัดแต่งกิ่ง : ตัดกิ่งก้านที่แข็งและตายออก
  • ขั้นตอนที่ 5 การให้น้ำ

    • รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง ในระยะแรก ให้รดน้ำด้วยการฉีดเป็นฝอยในช่วงเช้าและเย็นทุกวัน
    • เมื่อหัวเริ่มเข้าปลี ให้ลดปริมาณการรดน้ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้หัวปลีแตกและไม่ห่อหัว
  • ขั้นตอนที่ 6 การเก็บเกี่ยว

    แอปริคอตจะเริ่มออกผลเมื่ออายุประมาณ 4 –  5 ปี ส่วนการเก็บเกี่ยวสามารถใช้มือหรืออุปกรณ์เก็บผลไม้ตามปกติ

Back to top

จะเห็นว่านอกจากประโยชน์ของแอปริคอตแล้ว ยังมีข้อควรระวังที่เราต้องใส่ใจด้วย ดังนั้น เราควรทานแต่พอดี เพื่อสุขภาพในระยะยาว สำหรับใครที่อยากปลูกหรืออยากลองทำเมนูแอปริคอต อย่าลืมนำสูตรที่เราแนะนำไปปรับใช้กันน้าาาา ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนอยากแสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม สามารถทิ้งคอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เล้ยยย 🥰 

21 กุมภาพันธ์ 2024

โดย

Wishyouwell.

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment