ประโยชน์ของ อะโวคาโด กี่แคล? กินทุกวันดีไหม? กินตอนไหนดี?

30012024-avocado-banner

14,412 Views

คัดลอกลิงก์

สารบัญ

อะโวคาโด (Avocado) ผลไม้เนื้อครีมอ่อนนุ่ม รสชาติหอมมัน ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นถึง “เนยธรรมชาติ” ซึ่งนอกจากผลไม้ชนิดนี้จะมีรสชาติอร่อยแล้ว มันยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อะโวคาโดจึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ บทความนี้จึงไม่พลาดที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับผลไม้สารพัดประโยชน์ชนิดนี้กัน!

ประโยชน์ของอะโวคาโด ผลไม้สารพัดประโยชน์

อะโวคาโดเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานทางเลือก ที่เป็นแหล่งรวมของไขมันไม่อิ่มตัว ที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต ซึ่งประโยชน์อะโวคาโด ยังมีอีกมากมาย ดังนี้

30012024-avocado3

ประโยชน์ของอะโวคาโด

  • อุดมไปด้วยไขมันดี (HDL) และยังช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ในเลือด
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ในกรณีที่ทานอะโวคาโดเป็นประจำ
  • ช่วยลดน้ำหนัก เพราะอะโวคาโดมีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลต่ำ ทั้งยังมีกรดโอเลอิกที่ช่วยกระตุ้นสมองให้อิ่มเร็ว ไม่หิวบ่อย
  • มีไฟเบอร์สูง ช่วยทำให้รู้สึกอยู่ท้อง ปรับสมดุลให้ระบบขับถ่าย และลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้
  • มีโพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต รักษาสมดุลให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทำงานตามปกติ
  • มีโฟเลต ช่วยเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยให้เซลล์เจริญเติบโตและทำงานเป็นปกติ
  • ช่วยบำรุงสายตา เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนในการ
  • อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้
  • ช่วยป้องกันหวัด เพราะในอะโวคาโดมีวิตามินซี
  • ช่วยบำรุงผิวและเส้นผม ชะลอริ้วรอย และลดริ้วรอยแห่งวัย รวมทั้งสร้างความเงางามให้แก่เส้นผม
Back to top

ข้อควรระวังในการกินอะโวคาโด

แม้อะโวคาโดจะมีข้อดีมากมาย ทั้งเรื่องลดน้ำหนัก บำรุงผิวพรรณ ควบคุมระดับน้ำตาล ลดความดันโลหิต แต่ใช่ว่าจะจะมีเพียงแต่ข้อดีเท่านั้น บทความนี้รวบรวมมาแล้ว ข้อควรระวัง ถ้าอยากกินอะโวคาโดให้ได้สุขภาพดี!

30012024-avocado4

ข้อควรระวังในการกินอะโวคาโด

  • อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ จากสารก่อภูมิแพ้บางชนิด ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้อาหารทะเล หรือแพ้ถั่ว อาจทำให้แพ้อะโวคาโดด้วยได้เช่นกัน
  • ในอะโวคาโดมีสารแทนนิน ที่สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะในผลที่ยังสุกไม่เต็มที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องผูกได้
  • แคลอรี่สูง ถึงแม้ว่าอะโวคาโดจะอุดมไปด้วยไขมันดี แต่ก็ไขมันเหล่านั้นยังถือเป็นไขมันที่ต้องควบคุมอยู่ดี ดังนั้นผู้มีปัญหาเรื่องไขมัน ความดันสูง หรือโรคหัวใจ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการทานมากขึ้น
  • อะโวคาโดมีส่วนช่วยทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น ผู้ที่ต้องทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ ควรรับประทานไม่เกินวันละครึ่งลูกเท่านั้น
  • มีโพแทสเซียมสูง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต ควรระมัดระวังในการรับประทานอะโวคาโด
Back to top

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

สแลนกันแดด NetShade
สแลนกันแดด NetShade

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ข้อมูลโภชนาการของอะโวคาโด

ข้อมูลโภชนาการของอะโวคาโด เปรียบเทียบโดยใช้ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหาร อะโวคาโด
แคลอรี (kcal) 160 กิโลแคลอรี
ไขมันทั้งหมด 14.7 กรัม
-ไขมันอิ่มตัว

-ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

-ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

2.1 กรัม

1.8 กรัม

9.8 กรัม

คอเลสเตอรอล 0 มิลลิกรัม
โซเดียม 0 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 10 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.5 กรัม
เส้นใยอาหาร 0 กรัม
น้ำตาล 0.7 กรัม
โปรตีน 2 กรัม
วิตามินเอ 1 %
วิตามินซี 12 %
แคลเซียม 1 %
เหล็ก 4 %
วิตามินบี6 20 %
แมกนีเซียม 8 %
วิตามินอี 14 %
วิตามินเค 20 %
ซิงค์ 7 %
ฟอสฟอรัส 7 %
แมงกานีส 7 %

แหล่งข้อมูลประกอบ: โรงพยาบาลเทพธารินทร์

Back to top

แนะนำเมนูอะโวคาโด อร่อย ทำง่าย ได้ประโยชน์

อะโวคาโด ผลไม้สารพัดประโยชน์ สามารถนำมารังสรรค์ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูคาว เมนูหวาน หรือแม้แต่เครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพ ตามไปจดสูตร แล้วไปเข้าครัวพร้อม ๆ กันเลย!

1 อะโวคาโดกล้วยหอมปั่น

30012024-avocado10

1 อะโวคาโดกล้วยหอมปั่น

เริ่มวันด้วยสูตร อะโวคาโดกล้วยปั่น ทำกินตอนเช้าหลังตื่นนอนเพื่อบูสต์พลังกระตุ้นลำไส้ หรือจะทำกินแทนมื้อเช้าไปเลย ก็อิ่มอยู่ท้องพร้อมลุยงานไปทั้งวัน วิธีทำไม่ยาก รสชาติอร่อย กินง่าย

วัตถุดิบ: อะโวคาโด, กล้วยหอม, โยเกิร์ต, น้ำส้มคั้น, …

2 อะโวคาโดอบไข่

30012024-avocado11

2 อะโวคาโดอบไข่

เมนูในยามเช้าที่เร่งรีบ ต้องเป็นอะไรที่ทานง่าย ให้พลังงาน และสารอาหาร ซึ่งเมนูอะโวคาโดอบไข่ ถือว่าตอบโจทย์เลย เป็นเมนูที่ทั้งทำง่าย รวดเร็ว แถมได้ประโยชน์จากอะโวคาโดเน้น ๆ อีกด้วย

วัตถุดิบ: อะโวคาโด, ไข่ไก่, ชีสขูด, เบคอน, …

3 อะโวคาโดโทสต์

30012024-avocado12

3 อะโวคาโดโทสต์

เพิ่มความอยู่ท้อง และรสชาติหวานมันให้ทานง่าย ด้วยเมนูขนมปังหน้าสลัดอะโวคาโดไข่ต้ม ที่เป็นได้ทั้งของว่างและอาหารเช้า ขนมปังหนานุ่ม ขอบกรอบ ทาด้วยสเปรดอะโวคาโดไข่ต้ม โรยหน้าท็อปปิ้งตามชอบ กินยังไงก็ฟิน~

วัตถุดิบ: อะโวคาโด, ไข่ต้ม, กรีกโยเกิร์ต, แซลมอนรมควัน, …

4 เบอร์เกอร์อะโวคาโด

30012024-avocado13

4 เบอร์เกอร์อะโวคาโด

เบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าลองเปลี่ยนจากขนมปังที่อยู่ในเมนูนี้มาใช้อะโวคาโดแทนก็จะเป็นเมนูแปลกใหม่ที่เพิ่มประโยชน์ไปในตัวได้ด้วย

วัตถุดิบ: อะโวคาโด, ไข่ไก่, เบคอน, ผักกาดหอม, …

5 ข้าวหน้าแคริฟอร์เนียโรลอะโวคาโด

30012024-avocado14

5 ข้าวหน้าแคริฟอร์เนียโรลอะโวคาโด

อร่อยครบเครื่องลงตัวทุกรสชาติและอิ่มท้องได้นานก็ต้องเป็นเมนูข้าวเลย แต่การนำอะโวคาโดมาทานกับข้าวสวยก็อาจธรรมดาไปซะหน่อย มีวัตถุดิบดี ๆ ทั้งทีก็ต้องทำเมนูที่ไม่ธรรมดาอย่างข้าวหน้าแคลิฟอร์เนียโรลกันไปเลย

วัตถุดิบ: อะโวคาโด, ข้าวญี่ปุ่น, ปูอัด, แตงกวา, …

Back to top

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

อะโวคาโด (Avocado)

30012024-avocado1
30012024-avocado2

ชื่อวิทยาศาสตร์

Persea americana

ชื่อสามัญ

Avocado

กลุ่มพันธุ์ปลูก

Lauraceae Group

ถิ่นกำเนิด

อเมริกาแถบร้อน

อะโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้ที่มีผิวลักษณะขรุขระ เปลือกหนามีสีเขียวเข้ม หากเมื่อนำไปผ่านกระบวนการต้มสุก อะโวคาโดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือสีดำ โดยเนื้ออะโวคาโดจะมีลักษณะเป็นครีม อ่อนนุ่ม มีรสชาติคล้ายเนย ดังนั้นผลไม้ชนิดนี้จึงเป็นผลไม้ที่นิยมนำมาทานในสายสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่จะเต็มไปด้วยคุณค่าที่ดีที่ส่งผลต่อสุขภาพแล้ว ยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของอะโวคาโด

ลำต้น

เป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน เปลือกต้นมีสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ สูง 5-18 เมตร โดยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่ลำต้นตรงสูงใหญ่ หรือแม้กระทั่งพันธุ์ลำต้นเล็กเป็นพุ่มเตี้ย

ใบ

ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีรูปร่างทั้งแบบใบยาวรูปรี รูปทรงกระบอก รูปไข่ หรือรูปใบหอก ตามแล้วแต่สายพันธุ์ มีผิวเรียบเป็นมัน สีเขียวสด-เขียวเข้ม ในบางพันธุ์จะทิ้งใบก่อนออกดอก และในบางพันธุ์จะมีใบเขียวตลอดปี

ดอก 

ดอกขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลือง ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง โดยมีช่อย่อย ๆ จำนวนมากในช่อหนึ่ง ปกติแล้วจะเริ่มออกดอกในเดือนธันวาคม-เดือนมีมีนาคมในทุกปี

ผล และเมล็ด

ผลมีรูปทรงแตกต่างกันไปในแต่ละพันธุ์ บ้างก็มีทรงผลคล้ายผลแพร์ รูปไข่ รูปทรงกลมยาว ผลยาวคล้ายน้ำเต้า เปลือกผลมีผิวเรียบเป็นมัน หรือขรุขระบางพันธุ์ มีสีเขียวเข้ม เขียวปนเหลือง หรือสีม่วง เมื่อสุกแล้วอาจเปลี่ยนสีไปตามแต่พันธุ์ เนื้อมีสีเหลืองอ่อนจนถึงเหลืองเข้ม รสมัน เนื้อละเอียด ไม่มีกลิ่น หุ้มเมล็ดเดี่ยวอยู่ตรงกลางผล

Back to top

สายพันธุ์ของอะโวคาโด

อะโวคาโด สามารถแยกได้เป็น 3 เผ่า ดังนี้

1 เผ่ากัวเตมาลา

30012024-avocado5

1 เผ่ากัวเตมาลา

มีผลสีเขียว ขั้วผลขรุขระ เมล็ดเรียบกลม มีเนื้อหนา ไขมันสูง ให้ผลผลิตดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นถึงปานกลาง เช่น พันธุ์แฮส (Hass), พันธุ์พิงค์เคอตัน (Pinkerton)

2 เผ่าอินดีสตะวันตก

30012024-avocado6

2 เผ่าอินดีสตะวันตก

เปลือกหนาผิวเรียบเป็นมัน มีสีเขียวอมเหลือง เมล็ดอยู่ในโพรงอย่างหลวม ๆ มีรสหวานอ่อน ไขมันน้อย ให้ผลผลิตดีในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน เช่น พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson)

3 เผ่าเม็กซิโก

30012024-avocado7

3 เม็กซิโก

ลักษณะผลเล็ก เปลือกเรียบ เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เปลือกบางที่สุดในทุกเผ่า เปลือกหุ้มเมล็ดบาง เมล็ดกลมใหญ่อยู่ในโพรงอย่างหลวม ๆ เป็นเผ่าที่มีไขมันมากที่สุด เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อน ทนอากาศเย็นได้ดี อายุยืน ให้ผลดก มีใบเขียวตลอดปี

Back to top

วิธีการปลูกอะโวคาโด

อาโวคาโด มีช่วงระยะเพาะเมล็ด อยู่ที่ประมาณ 1 – 2 เดือน ซึ่งถ้าหากครบกำหนดเวลาแล้ว ยังไม่มีต้นกล้าออกมาจากเมล็ด แสดงว่าเมล็ดตายแล้ว ไม่สามารถใช้ปลูกต่อได้ แต่ถ้าหากต้นที่เจริญเติบโตแข็งแรงปกติ จะมีระยะเวลาปลูกที่จะให้ผลผลิต อยู่ระหว่าง 3 – 5 ปีขึ้นไป โดยวิธีการปลูกต้นอะโวคาโดสามารถทำได้ ดังนี้

30012024-avocado8
30012024-avocado9
  • ขั้นตอนที่ 1 เลือกเมล็ดพันธุ์

    แนะนำให้เลือกเมล็ดอะโวคาโดที่มีลักษณะกลมใหญ่ ในการนำมาเพาะเมล็ด เพราะจะทำให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรง

  • ขั้นตอนที่ 2 การเพาะเมล็ดในน้ำ

    • นำเมล็ดอะโวคาโดล้างทำความสะอาด จนเมือกที่ติดกับเมล็ดหลุดออก และนำไปผึ่งให้แห้ง
    • ใช้มีดปอกเปลือกจนเหลือแต่เนื้อเมล็ดด้านใน จากนั้นนำไม้จิ้มฟันเสียบโดยรอบทั้ง 4 ด้าน แล้วนำไปวางเหนือภาชนะ โดยตั้งเมล็ดส่วนปลายแหลมไว้ด้านบน
    • จากนั้นเติมน้ำให้พอดีกับเมล็ด แช่ทิ้งไว้ในที่ร่ม หมั่นรดทุกวันน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 1 เดือน จะมีต้นกล้างอกขึ้นมา
    • รอให้กล้าเติบโดตเต็มที่ หรือมีอายุ 2-3 เดือน รากเกิน 3 นิ้ว จึงค่อยเตรียมย้ายลงปลูกในกระถางต่อไป
  • ขั้นตอนที่ 3 เตรียมดินสำหรับปลูก

    • เตรียมดินสำหรับปลูก โดยจัดหาพื้นที่ที่โดดแดดไม่จัดมาก หรือพื้นที่ที่โดนแสงรำไร
    • ขุดหลุมกว้าง 80 ยาว 80 สูง 80 เซนติเมตร เตรียมไว้
    • จากนั้นผสมดิน ใช้ดินร่วน, ปุ๋ยคอก-ปุ๋ยหมัก และแกลบดำ ในอัตรา 1:1 ส่วน นำมาผสมให้เข้ากัน
    • แบ่งดินเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเทรองหลุมปลูก ส่วนหนึ่งไว้กลบต้นกล้า
  • ขั้นตอนที่ 4 การเพาะกล้า

    • หลังจากเตรียมดินแล้ว ให้นำกล้าต้นอะโวคาโดลงหลุมปลูก แล้วกลบดินยึดโคนต้นให้ตั้งตรง
    • หาวัสดุคลุมโคนต้น เช่น ฟาง แกลบ เศษหญ้าแห้ง เพื่อรักษาความชื้นหน้าดิน และป้องกันศัตรูพืช
    • หมั่นรดน้ำให้ชุ่มเป็นเวลาเช้า-เย็นของทุกวัน รอให้ออกผลผลิต 3-5 ปี
  • ขั้นตอนที่ 5 การให้ปุ๋ย

    • ปลูกอะโวคาโดไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย เพียงแต่ต้องรดน้ำเช้า-เย็นให้เพียงพอ ก็สามารถทำให้ต้นเจริญเติบโตได้แล้ว
    • แต่ถ้าหากเร่งโต หรือต้องการให้ออกผลผลิตเร็วขึ้น แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตรที่มีตัวเลขด้านหน้าเยอะ ๆ หรือใส่ปุ๋ยอินทรีย์ปกติได้เลย
  • ขั้นตอนที่ 6 การให้น้ำ

    • รดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวันในช่วง เช้า-เย็น
    • ควรรดน้ำแค่พอดินชุ่ม ไม่ควรรดจนน้ำท่วมราก เพราะอาจทำให้รากเน่าต้นตายเสียก่อน
Back to top

เป็นอย่างไรบ้างคะ ช่วงนี้เทรนด์รักสุขภาพมาแรง และไม่มีวี่แววว่าจะแผ่วลงเลย และอะโวคาโดก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่เป็นประโยชน์มากสำหรับสายสุขภาพ ใครที่กินคลีนอยู่แล้วหรือสนใจอยากก้าวเข้าสู่วงการรักสุขภาพกับเขาดูบ้างคะ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ 🙏

31 January 2024

โดย

จันทร์เจ้า

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment


00
:
00
:
00