บิงซู น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี เมนูยอดฮิตที่ทุกร้านคาเฟ่ต้องมี ด้วยเกล็ดน้ำแข็งเนื้อเนียนนุ่ม ที่ถูกบดจนละเอียด พอได้สัมผัสก็แทบจะละลายในปากทันที ทำให้เป็นของหวานแบบน้ำแข็งไสที่ทุกคนชื่นชอบ โดยเฉพาะคนไทยที่เผชิญอากาศร้อนแทบจะทั้งปี

หากใครรู้สึกร้อน อยากหาของหวานเย็น ๆ กระแทกปาก ให้คลายร้อนลง แม้แต่ในช่วงหน้าหนาว ที่ไม่รู้สึกหนาวสักที SGE ขอแนะนำสูตรทำ บิงซู ที่นอกจากจะทำให้คุณหนาวเย็นยะเยือกแล้ว ยังมาพร้อมกับความอร่อยที่แทบจะทำให้ลิ้นของคุณละลาย ส่วนจะมีสูตรอะไรและวิธีการทำอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

บิงซูเมล่อน

บิงซู

เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีความหวานอยู่ในตัว ทำให้ทานเดี่ยว ๆ ก็ได้ หรือ นำมาทานคู่กับบิงซูก็ยิ่งเข้าคู่กัน ซึ่งด้วยสีสันเขียวสดใสจะช่วยเพิ่มความน่ารับประทานให้กับบิงซูมากขึ้น เหมาะกับการทานในหน้าร้อน และสำหรับใครที่ชอบผลไม้รสหวาน

ส่วนผสม

  • เมล่อน 1 ลูก
  • นมสด 250 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงทำสมูทตี้ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เทนมสดลงในถุงซิปล็อก ไล่ลมออกจนหมดแล้วปิดปากถุงให้แน่น นำไปแช่ในตู้เย็น จนกว่าจะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
  2. ตัดเมล่อนออกเป็น 2 ส่วน ตัดส่วนก้นให้แบนเรียบ เพื่อให้ตั้งกับพื้นโต๊ะได้แน่น ใช้ช้อนคว้านเอาส่วนที่เป็นเม็ด ๆ และเนื้อเหลว ๆ ตรงกลางออกให้หมด เสร็จแล้ว ใช้ที่คว้านผลไม้ ค่อย ๆ คว้านเนื้อเมล่อนออกมาให้เป็นทรงกลมเล็ก ๆ จนกว่าจะได้จำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เป็นเนื้อเหลือ ๆ ให้ใส่ไว้อยู่ด้านล่าง
  3. นำนมสดที่แช่แข็งไว้ออกมา ทุบออกให้เป็นชิ้น ๆ แยกกัน จากนั้น นำใส่เครื่องปั่น แล้วใส่ผงสมูทตี้ 2 ช้อนโต๊ะ นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ ลงไป ปิดฝาให้แน่น แล้วเริ่มปั่น
  4. ระหว่างปั่น ให้ใช้ไม้พายซิลิโคน คอยกดให้ส่วนที่ยังเป็นน้ำแข็งลงไปอยู่ด้านล่าง เพื่อให้โดนเครื่องปั่น ปั่นให้เนื้อละเอียดเท่ากัน
  5. เลือกผลครึ่งซีกด้านหนึ่งของเมล่อน เป็นจาน ใส่เกล็ดน้ำแข็งนมสดที่เป็นเนื้อละเอียดไว้ด้านบน ตกแต่งด้วยการวางเมล่อนผลกลมที่คว้านไว้ จนเต็ม ราดด้วยน้ำผึ้งและนมข้นหวาน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูเมล่อน เพิ่มเติมคลิก

บิงซูสตรอเบอร์รี่

บิงซูสตรอเบอร์รี่

บิงซูสตรอเบอร์รี่ อีกหนึ่งรสชาติยอดฮิต ที่คนไทยชอบทาน เพราะมีสีแดงจัดจ้านน่ารับประทาน และยังมีรสหวานอมเปรี้ยว ทำให้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่นิยมนำมาเข้าคู่กัน ในการทำบิงซู โดยหากใครชอบรสหวานมาก ๆ สามารถเติมน้ำตาลลงไปในซอสสตรอเบอร์รี่เพิ่มได้ จะช่วยให้บิงซูถ้วยนี้หวานขึ้นทันตาเห็น

ส่วนผสม

  • นมสดรสจืด 800 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 180 มิลลิลิตร
  • สตรอเบอร์รี่สด 150 กรัม (ทำซอสสตรอเบอร์รี่)
  • น้ำตาล 50 กรัม (ทำซอสสตรอเบอร์รี่)
  • สีผสมอาหารสีแดง (ทำซอสสตรอเบอร์รี่)
  • วิปปิ้งครีมปริมาณตามชอบเลย
  • สตรอเบอร์รี่ สำหรับตกแต่ง
  • บราวนี่
  • นมข้นสำหรับราด

วิธีทำ

  1. เทนมสดลงในถุงซิปล็อก ไล่ลมออกแล้วปิดปากถุงให้แน่น นำไปแช่ในช่องฟรีซ จนกว่าจะกลายเป็นน้ำแข็ง ระหว่างนี้ ให้คอยบีบ ๆ นวด ๆ ถุง จะทำให้น้ำแข็งไม่เกาะกันเป็นก้อน และเป็นเกล็ดน้ำแข็งง่ายขึ้น
  2. นำสตรอเบอร์รี่ใส่ชาม แล้วใส่น้ำตาล 50 กรัมลงไป เอาเข้าไมโครเวฟเป็นเวลา 3 นาที ให้น้ำตาลละลายเข้ากันกับสตรอเบอร์รี่ จากนั้น นำใส่เครื่องปั่น เติมสีผสมอาหารสีแดงลงไปเล็กน้อย เพื่อให้สีแดงสวยมากขึ้น เสร็จแล้ว ปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
  3. เทวิปปิ้งครีม ปริมาณตามชอบ แล้วใช้เครื่องตี ตีให้วิปปิ้งครีมข้นขึ้น จนมีลักษณะตั้งยอดอ่อน
  4. ใส่สตรอเบอร์รี่และบราวนี่ไว้ในชาม นำน้ำแข็งนมสดออกมา โปะไว้ด้านบน สำหรับใครที่อยากทำให้น้ำแข็งพูนสูง สวยงาม ให้นำน้ำแข็งนมสดใส่ชามที่มีความกว้างของปากชามเท่ากัน แต่ก้นลึก ใส่ลงไปจนเต็ม เสร็จแล้ว นำมาประกบให้พอดีกัน ก็จะได้น้ำแข็งที่โปะไว้ด้านบนอย่างสวยงาม
  5. นำวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ มาเคลือบน้ำแข็งให้ทั่ว
  6. วางสตรอเบอร์รี่ ตกแต่งไว้ตรงขอบชามทุกด้าน แล้วโรยนมผงไว้ด้านบนสุด
  7. นำซอสตรอเบอร์รี่ออกมาใส่ถ้วยเล็ก สำหรับราด พร้อมกับนมข้นหวาน และวิปปิ้งครีม ที่เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูสตรอเบอร์รี่ เพิ่มเติมคลิก

บิงซูมะม่วง

บิงซู

ถ้าเบื่อกับการกินแต่ข้าวเหนียวมะม่วงในแต่ละปี ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทาน บิงซูมะม่วง บ้าง รับรองว่า หวานอร่อยคู่กันแน่นอน และเป็นการดับร้อนได้เป็นอย่างดี โดยแนะนำให้ใช้แต่มะม่วงสุกเท่านั้นนะ  อย่าลืมไปลองทำทานกันดูล่ะ

ส่วนผสม

  • มะม่วงสุก 4-5 ลูก ตามที่เราต้องการ
  • นมสด 800 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • วิปปิ้งครีม
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์

วิธีทำ

  1. เทนมสด 800 มิลลิลิตร ลงในถุงซิปล็อก ใส่นมข้นหวานลงไป ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ จากนั้น ไล่อากาศออก ปิดปากถุงให้แน่น นำไปแช่ในช่องฟรีซ อย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืน จนกว่าจะกลายเป็นน้ำแข็ง
  2. นำมะม่วงสุก 4-5 ลูก มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือตามขนาดที่ต้องการ และบีบนมข้นหวานใส่ถ้วยเล็กเตรียมไว้
  3. นำน้ำแข็งนมสดออกมา ใส่ชามสแตนเลสเอาไว้ เพื่อให้ยังคงความเย็น ถ้าน้ำแข็งยังแข็งตัวแน่น ให้ใช้ส้อมค่อย ๆ จิ้มให้น้ำแข็งแตกตัว จนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ
  4. ตักมะม่วงส่วนหนึ่งใส่ชาม ราดด้วยวิปปิ้งครีม เสร็จแล้วทุบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ โรยลงไป
  5. นำเกล็ดน้ำแข็งนมสด วางโปะไว้ด้านบน ค่อย ๆ ใช้มือพูนให้สูงเป็นยอด เสร็จแล้ว นำมะม่วงที่หั่นไว้ มาวางตกแต่งไว้ตรงขอบชาม ตกแต่งส่วนยอดด้วยการบีบวิปปิ้งครีมลงไป เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูมะม่วง เพิ่มเติมคลิก

บิงซูไมโลโอรีโอ้

บิงซูไมโลโอรีโอ้

(เครดิต: food- trick)

ของหวานไม่ว่าจะเป็น คุกกี้หรือไอศกรีม ต่างก็มีรสชาติโอรีโอ้ ดังนั้น พอเอามากินคู่กับบิงซู ก็อร่อยไปอีกแบบ โดยเพื่อให้เข้มข้นขึ้น ให้โรยผงไมโลตามลงไปด้วย จะช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยให้มากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนผสม

  • นมสดรสจืด (แบบไม่มีไขมัน) 1 กล่อง
  • นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
  • ผงไมโล
  • โอรีโอ้
  • เกล็ดน้ำตาล
  • คุกกี้อื่น ๆ ตามชอบ

วิธีทำ

  1. เตรียมชามผสมอาหาร เทนมสดลงไป 1 กล่อง ตามด้วยนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน จากนั้น เทลงในถุงซิปล็อก ไล่ลมออกแล้วปิดปากถุงให้แน่น นำไปแช่ในช่องฟรีซ จนกว่าจะกลายเป็นน้ำแข็ง แช่อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  2. นำโอรีโอ้มาหั่นครึ่ง ตามที่ต้องการ
  3. พอครบ 4 ชั่วโมง แล้ว ให้นำน้ำแข็งนมสดออกมา เอาสากทุบ หรือ ของแข็งอื่น ๆ ทุบให้น้ำแข็งแตกตัว จากนั้น จัดใส่ชาม พูนให้สูงเป็นยอด
  4. วางโอรีโอ้ไว้รอบ ๆ โรยผงไมโลให้ทั่ว ตามด้วยเกล็ดน้ำตาล และทอปปิ้งอื่น ๆ

ดูวิธีการทำ บิงซูไมโลโอรีโอ้ เพิ่มเติมคลิก

บิงซูโมจิเกาหลี

บิงซู

สำหรับใครที่อยากทาน บิงซูแบบเกาหลีแท้ ๆ ต้องสูตรนี้เลยกับ บิงซูโมจิเกาหลี หรือที่เรียกว่า อินจอลมี บิงซู ซึ่งนอกจากแม่บ้านเกาหลีจะนิยมทำกันแล้ว พอมีวางขายที่ไทยก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ใครอยากทำบิงซูรสชาติต้นตำรับไว้ทานเองที่บ้าน ทำตามสูตรนี้ได้เลย รับรองว่าอร่อย ไม่แพ้ร้านดังแน่นอน

ส่วนผสม

  • นมสด 400 กรัม
  • นมข้นหวาน 60 กรัม
  • น้ำเปล่า 50 กรัม
  • แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
  • น้ำตาล 8 กรัม
  • เกลือ 1 กรัม
  • น้ำร้อน 120 กรัม

วิธีทำ

  1. เตรียมถุงพลาสติกมีซิป 1 ใบ ใส่น้ำเปล่า นมสด และนมข้นหวาน ลงไป ผสมให้เข้ากัน จากนั้น นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
  2. ทำโมจิเกาหลี โดยเตรียมชามผสมอาหาร ใส่แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล เกลือ คนให้เข้ากัน
  3. จากนั้น ค่อย ๆ เทน้ำร้อนลงไป แล้วใช้ช้อนคน จนกว่าแป้งจะเนื้อเนียนข้น เป็นเนื้อเดียวกัน เอาพลาสติกแรปปิดไว้ ใช้ส้อมเจาะ เป็นรูระบายอากาศไว้ด้านบน แล้วนำไปอบในไมโครเวฟเป็นเวลา 3 นาที
  4. ใช้ไม้พายซิลิโคน ตบแป้งให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปคลุกกับผงถั่วเหลืองเกาหลีให้ทั่ว เสร็จแล้ว หั่นออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ ก็จะได้โมจิเกาหลี
  5. นำถุงพลาสติกที่แช่แข็งออกมา ใช้ไม้นวดแป้ง นวดให้น้ำแข็งแตกตัว
  6. นำถ้วยออกมา ตักน้ำแข็งใสลงไป ตามด้วยผงถั่วเหลืองเกาหลี ทำเป็นเลเยอร์ 2 ชั้น จากนั้น ใส่โมจิเกาหลี ตามด้วยถั่วแดงกวน เป็นท็อปปิ้งด้านบน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูโมจิเกาหลี เพิ่มเติมคลิก

บิงซูชาเขียว

บิงซู ชาเขียว

บิงซูชาเขียว เป็นอีกรสชาติยอดนิยม เพียงแต่สูตรนี้ จะทำแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ซึ่งเรียกกันว่า อูจิคินโตกิ กากิโกริ (Ujikintoki Kakigori) โดยจะต้องมีโมจิและถั่วกวนเป็นทอปปิ้งอยู่ด้านบนถึงจะครบสูตร ซึ่งวิธีการทำและส่วนประกอบ ละม้ายคล้ายคลึงกับสูตรอินจอลมี บิงซูอยู่เหมือนกัน ดังนั้น หากใครชอบรสชาเขียว ก็ลองทำดู รับรองว่าอร่อยเหมือนกันแน่นอน

ส่วนผสมน้ำเชื่อมชาเขียว

  • ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 100 กรัม
  • น้ำร้อน 120 มิลลิลิตร

ส่วนผสมถั่วแดงกวน

  • ถั่วแดง 150 กรัม
  • น้ำตาล 120 กรัม
  • เกลือ 1/3 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 600 มิลลิลิตร (ต้มถั่วแดง)

ส่วนผสมโมจิ

  • แป้งข้าวเหนียว 85 กรัม
  • น้ำเปล่า 70 กรัม

ส่วนผสมอื่น ๆ

  • นมข้นหวาน
  • น้ำแข็งมือ

วิธีทำ

  1. ทำถั่วแดงกวน โดยการนำถั่วแดงมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่ลงในหม้อ เติมน้ำเปล่าจนท่วม แล้วนำไปต้ม เมื่อน้ำที่ต้มถั่วแดงเริ่มเข้มและเดือดดีแล้ว ให้นำไปกรองออก ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ จากนั้น ใส่น้ำเปล่า 600 มิลลิลิตร แล้วนำไปต้มใหม่
  2. เมื่อถั่วแดงเริ่มนุ่มลง ให้ใส่น้ำตาล 120 กรัม เกลือ 1/3 ช้อนชา แล้วกวนให้ถั่วแดงเนื้อข้นขึ้น และจับตัวกัน เมื่อเริ่มแห้งและจับตัวดีกันแล้ว ให้ตักขึ้นมาพักไว้ในถาด เกลี่ยให้เรียบ เพื่อให้คลายความร้อนได้เร็ว
  3. ทำน้ำเชื่อมชาเขียว โดยการใส่ผงชาเขียวและน้ำตาล ลงในหม้อ คนให้เข้ากัน จากนั้น ใส่น้ำร้อนลงไป ต้มด้วยไฟอ่อน จนเดือดเล็กน้อย พอเดือดดีแล้ว ให้ปิดเตาพักไว้
  4. ทำโมจิ โดยเตรียมชามผสมอาหาร ใส่แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล คนให้เข้ากัน จากนั้น เทน้ำเปล่า 70 กรัมลงไป ใช้มือนวด จนกว่าแป้งจะเนื้อเนียน และจับตัวเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้ว ให้ปั้นเป็นแท่งยาว แล้วตัดเป็นชิ้น ๆ ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วกดให้แบนเล็กน้อย นำไปต้มในน้ำเดือด เมื่อแป้งเริ่มลอยขึ้นมา ต้มต่ออีกเล็กน้อย แล้วนำไปลวกน้ำเย็น แล้วพักเตรียมไว้
  5. นำน้ำแข็งมือ ใส่เครื่องทำน้ำแข็ง บดจนละเอียด
  6. ตักน้ำแข็งใสใส่ชาม นำโมจิมาวางไว้รอบ ๆ ชาม ราดด้านบนด้วยน้ำเชื่อมชาเขียว นมข้นหวาน และตักถั่วแดงกวน ไว้ด้านบน เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูชาเขียว เพิ่มเติมคลิก

บิงซูทับทิมกรอบ

บิงซูทับทิมกรอบ

(เครดิต: MakroHoReCaAcademy)

ปิดท้ายกันด้วย บิงซูทับทิมกรอบ บิงซูแบบไทย ที่นำเอาผลไม้กรอบหวานมัน อย่างทับทิมกรอบมาเป็นส่วนผสม ซึ่งจะทำให้บิงซูเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสที่กรุบกรอบมากขึ้น โดยสูตรนี้จาก MakroHoReCaAcademy ยังได้เพิ่มรสชาติให้กับเกล็ดน้ำแข็ง ด้วยการใส่น้ำใบเตยและน้ำกะทิลงไปด้วย ลองไปทำกันดู รับรองว่า อร่อยไม่แพ้สูตรจากประเทศอื่นแน่นอน

ส่วนผสมน้ำเชื่อม

  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  • ใบเตย 1 กำ
  • น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
  • กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา

ส่วนผสมหัวกะทิ

  • กะทิ 500 มิลลิลิตร
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนผสมทับทิมกรอบ

  • น้ำหวานสีแดง 500 มิลลิลิตร
  • น้ำหวานสีม่วงจากดอกอัญชัน 500 มิลลิลิตร
  • ดอกอัญชันสด 100 กรัม
  • แห้วหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 230 กรัม
  • แป้งมัน 300 กรัม
  • น้ำแข็งบด หรือ น้ำแข็งหลอดเล็ก 500 กรัม

วิธีทำ

  1. ใส่น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร ลงในหม้อ ต้มจนเดือด เสร็จแล้ว ใส่ใบเตยลงไป 1 กำ พอน้ำเดือดอีกรอบ แล้วใบเตยเริ่มสลดลง ให้ใส่น้ำตาลทราย 500 กรัม กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา คนให้น้ำตาลละลาย
  2. ทำน้ำกะทิ โดยใส่กะทิ 500 มิลลิลิตร ลงในหม้อ เกลือป่น 1 ช้อนชา คนให้เกลือละลาย แล้วต้มจนมีกลิ่นหอม เสร็จแล้วปิดไฟ พักไว้
  3. ทำทับทิมกรอบ โดยใส่แห้วลงในน้ำเชื่อมสีแดงและสีฟ้า พอซึมเข้าเนื้อดีแล้ว ให้ตักใส่กระชอน กรองเอาน้ำเชื่อมส่วนที่ไม่ต้องการออก จากนั้น นำไปคลุกกับแป้งมัน กรองเอาแป้งส่วนเกินออก เสร็จแล้วนำไปลวกในน้ำร้อน เมื่อแป้งสุกแล้ว จะใสและลอยขึ้นมา ให้ตักขึ้นแล้วนำไปแช่น้ำไว้
  4. ทำน้ำแข็งบิงซู โดยใส่น้ำแข็งบดลงในเครื่องปั่น ใส่น้ำใบเตยและน้ำกะทิลงไป ปั่นให้เข้ากัน จนน้ำแข็งเป็นเกล็ดละเอียด
  5. ตักทับทิมกรอบแดงและม่วงใส่จาน ตักเกล็ดน้ำแข็งไว้ด้านบน แล้วตักทับทิมเป็นทอปปิ้งไว้ด้านบนเล็กน้อย เป็นอันเสร็จ

ดูวิธีการทำ บิงซูทับทิมกรอบ เพิ่มเติมคลิก

บิงซู ถือว่าเป็นเมนูของหวานยอดฮิต ที่ไม่ว่าร้านคาเฟ่หรือร้านของหวานไหน ๆ ก็ต้องมี ซึ่งด้วยรสชาติที่สามารถปรับเปลี่ยน เพิ่มได้หลากหลาย และยังให้ความสดชื่น กะปรี้กะเปร่า ทุกครั้งแก่ผู้ที่ได้ทาน ทำให้เหมาะกับการทำขายในบ้านเรามาก ๆ ซึ่งมักจะมีอากาศร้อนอบอ้าวอยู่เสมอ

หากใครอยากเปิดร้านคาเฟ่ ร้านขายของหวาน แล้วอยากจะทำเมนูบิงซูเพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขาย การทำเกล็ดน้ำแข็งจากการใช้เครื่องปั่น หรือนำนมสดไปแช่แข็งแล้วมาทุบให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งอาจไม่พอ แนะนำให้ใช้เครื่องทำบิงซู คุณภาพสูงของ SGE ที่มีกำลังผลิตมากถึง 90 กิโลกรัม/ชั่วโมงให้คุณพร้อมสำหรับการทำบิงซูขายได้ทุกเวลา โดยภายในตัวเครื่องยังสามารถปรับขนาดใบมีด ให้มีขนาดเล็กใหญ่ได้ตามต้องการ จึงสามารถทำน้ำแข็งไสได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บิงซู (Bingsu) คากิโกริ (Kakigori) เป่าปิง (Baobing)

เครื่องทำบิงซู

ทั้งนี้ ตัวเครื่องยังออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่มเดียวก็สามารถทำบิงซูออกมาได้เลย และยังมีฝาป้องกันตรงช่องวางน้ำแข็งป้องกันการกระเด็นของเกล็ดน้ำแข็งด้วย หากสนใจและอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ https://www.sgethai.com/bingsu-machine/ หรือสอบถามผ่านโทรศัพท์ เว็บไซต์หรือไลน์ของเราได้เลย