สแตนเลส 304 คืออะไร? ปลอดภัยต่ออาหารจริงหรือ?

สแตนเลส หากลองมองดู รอบๆ ตัวเราในปัจจุบัน จะเห็นว่า อุปกรณ์เครื่องครัว (Kitchenware) เครื่องใช้ และภาชนะต่าง ๆ ที่เราใช้กันอยู่นั้น
มักทำมาจากสแตนเลส (Stainless Steel) เป็นส่วนใหญ่ ด้วยคุณสมบัติ ที่มีความแข็งแรง ทนต่อการใช้งาน ไม่แตกหักง่ายเหมือนแก้ว หรือกระเบื้อง
ทั้ง หม้อ กระทะ แก้วน้ำ จานชาม หรือแม้แต่ ช้อนส้อม ที่เราต้องนำเข้าปากกันในทุกๆ วัน

แล้วเราจะมั่นใจได้หรือว่า สแตนเลสที่นำมาใช้นั้น เป็นสแตนเลสเกรดอาหาร (Stainless Food Grade) ที่ปลอดภัยต่อการบริโภคจริง ๆ
ซึ่งวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ สแตนเลส304 (Stainless 304) ที่เราใช้การทำอาหารกัน ในแบบภาษาชาวบ้านๆ ที่ใครอ่าน ก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก
และยังสามารถนำไปใช้ ประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ อุปกรณ์เครื่องครัว ไปจนถึงเครื่องแปรรูปอาหาร วัตถุดิบต่างๆ ในท้องตลาดได้อีกด้วย

สแตนเลส (Stainless) หรือ สแตนเลส สตีล (Stainless Steel) ที่ใช้อยู่กันในปัจจุบันนั้น มีมากมาย หลากหลายเกรด โดยแบ่งตามมาตรฐาน ISO ซึ่งสแตนเลสที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับการใช้ในครัวเรือน (Household) การผลิต และแปรรูปอาหาร การทำเบเกอรี่ (Bakery) ไปจนถึงอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในโรงพยาบาล คือ สแตนเลส304 (Stainless 304)
ซึ่งอยู่ในสแตนเลส ตระกูล ออสเทนิติค (Austenitic stainless steel) ที่ถือว่าเป็นสแตนเลส มาตรฐาน Food Grade นั่นเอง

สแตนเลส 304 ทำมาจากอะไร? (Stainless 304 structure)

สแตนเลส 304 (Stainless 304) ถูกสร้างขึ้นจาก โลหะ (Metal) โดยมีส่วนผสมหลักคือ เหล็กกล้า (Fe) 70 – 75%, โครเมี่ยม (Cr) 18 %, นิกเกิล (Ni) 8 %, และยังมีส่วนผสมอื่นๆ
เช่น คาร์บอน (C) และ แมงกานีส (Mn) (เป็นต้น) ร่วมอยู่ด้วย โดยสแตนเลส 304 (Stainless 304) นั้น มีความแข็งแรงในระดับกลาง แต่ทนต่ออุณหภูมิได้สูงถึง 1400 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว
เรียกได้ว่าทนต่อความร้อนมากๆ โดยการนำไปใช้ประโยชน์นั้น สามารถนำไปใช้งานได้ตั้งแต่ ระดับครัวเรือน (Household) ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (Industry) ได้เป็นอย่างดี

ทำไมสแตนเลส 304 จึงปลอดภัยต่ออาหาร? (Stainless 304 : Food Safety Quality)

เพราะ สแตนเลส 304 (Stainless 304) มีส่วนผสมจาก โครเมี่ยม (Cr) ถึง 18% ซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยา (React) กับออกซิเจน (O2) ในอากาศแล้ว จะสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบบริเวณผิวของสแตนเลส และยังมีความสามารถพิเศษ ในการซ่อมแซมตัวเอง ได้ตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติของตัวเคลือบผิวนี้ จึงทำให้สแตนเลส 304 (Stainless 304) ทนต่อการกัดกร่อนสูง ไม่เป็นสนิม ไม่ดูดซึมสาร กลิ่น หรือ รสชาติของอาหาร ทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า การนำไปใช้กับอาหารนั้น ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะอนามัย อย่างแน่นอน และนอกจากนี้ การดูแลรักษา การทำความสะอาด ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
สแตนเลส ทนอุณหภูมิสูงถึง 1400 องศา

แม้สแตนเลส 304 (Stainless 304) จะทนต่อการกัดกร่อนสูง และมีการดูแลรักษาที่ง่าย ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ในตัว แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการนำไปใช้ ในบริเวณที่อยู่ใกล้ทะเล
หรือตามชายฝั่ง ในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อคงคุณสมบัติที่ดี ของสแตนเลส ให้สามารถใช้งาน ได้ยาวนาน และปลอดภัยที่สุด

ที่สำคัญ ก่อนจะตัดสินใจ ซื้ออุปกรณ์เครื่องครัว เครื่องใช้ต่างๆ ควรตรวจสอบ ให้มั่นใจก่อนว่า สแตนเลสที่นำมาใช้นั้น คือสแตนเลส 304 (Stainless 304)
ที่เป็นสแตนเลส Food Grade ที่เหมาะกับการบริโภค และแปรรูปอาหารจริงๆ

ตัวอย่างเครื่องแปรรูปอาหารที่ใช้สแตนเลส304
1. ตู้อบลมร้อน 
2. เตาอบไฟฟ้า
3. เครื่องสไลด์หมู

ความรู้เพิ่มเติม : Austenitic stainless steel