ประโยชน์ของ เฉาก๊วย พร้อมเมนูเฉาก๊วยสุดฮิต!

ประวัติความเป็นมาของ เฉาก๊วย

เฉาก๊วย มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีนตอนใต้ แถบมณฑลกวางตุ้ง กวางสี และยูนาน เฉาก๊วยเป็นพืชชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในวงศ์ Labiatae วงศ์เดียวกับสะระแหน่ โหระพา และแมงลัก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mesona chinensis Bentham และเฉาก๊วย ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Grass Jelly

เฉาก๊วยมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นและเถาเป็นแบบกิ่งเลื้อย มีขนาดเล็ก เป็นเหลี่ยม มองแล้วคล้ายต้นสะระแหน่ ลำต้นเปราะ หักง่าย ส่วนกิ่งแตกแขนงออกตามข้อของลำต้น ทอดยาวคลุมตามดินได้ 50-120 เซนติเมตร ในส่วนของใบเฉาก๊วยจะมีความคล้ายคลึงกับใบสะระแหน่ มีปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื้อย ใบมีสีสดไปจนถึงเขียวเข้ม และมีขนขนาดเล็กปกคลุม

แต่หากขยี้ใบด้วยมือจะรู้สึกถึงความเป็นเมือกลื่นนอกจากนี้ต้นเฉาก๊วยยังมีดอกลักษณะคล้ายกับดอกแมงลักหรือดอกต้นโหระพา และมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำอมน้ำตาล ลักษณะเมล็ดเป็นทรงกลมรูปไข่ 👉 มีความนุ่มหนึบหนับที่เราเรียกกันว่า เฉาก๊วยทำมาจากต้นเฉาก๊วยตากแห้ง แล้วนำไปต้มให้ได้น้ำสีดำ มีลักษณะเป็นเมือกเล็ก ๆ มีกลิ่นหอมของไม้นิด ๆ และมีลักษณะเป็นเจลลี่เหนียวนุ่มเด้งดึ๋งให้เราได้กิน วันนี้ SGE ขอแชร์ความรู้สักหน่อย ไปดูกันค่ะ…

เฉาก๊วย 2021-1

เฉาก๊วย แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า เฉาก๊วยมีถิ่นกำเนิดครั้งแรกอยู่ในประเทศจีน โดยคนจีนทางตอนใต้นิยมนำน้ำต้มเฉาก๊วยมาต้มกับน้ำข้าวรับประทาน ต่อมาได้ถูกนำมาเผยแพร่ในประเทศไทยโดยคนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นที่นิยมรับประทานของคนจีนในสมัยนั้น ต่อมาจึงเริ่มผลิตจำหน่าย และเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันเฉาก๊วย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด มีทั้ง วุ้นหรือเจลเฉาก๊วย และ เฉาก๊วยแข็ง

1. วุ้นหรือเจลเฉาก๊วย เป็นเฉาก๊วยชนิดอ่อนที่มีลักษณะเป็นวุ้นหรือเป็นเจล มักพบขายคู่กับเต้าหวย ทำได้จากการต้มเคี่ยวต้นเฉาก๊วยให้เหนียวข้น และตั้งทิ้งไว้ให้จนจนจับตัวเป็นวุ้น รับประทานด้วยการตัดเป็นก้อนหรือแผ่นเล็กๆร่วมกับน้ำเฉาก๊วยที่ใส่น้ำเชื่อม เฉาก๊วยชนิดนี้มีความนิยมมากในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน
2. เฉาก๊วยแข็ง เป็นเฉาก๊วยที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็งมากกว่าเฉาก๊วยชนิดแรก ทำได้จากการผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหรือแป้งในปริมาณพอเหมาะจนเป็นก้อนวุ้นที่ค่อนข้างแข็ง และกรอบกว่าเฉาก๊วยชนิดแรก รับประทานด้วยการขูดเป็นเส้นหรือตัดเป็นชิ้นผสมกับน้ำเชื่อมหรือใช้ทำของหวานผสมกับเครื่องอื่นๆ เฉาก๊วยชนิดนี้ถือว่าเป็นที่นิยม และพบมากที่สุด หาซื้อได้ง่ายมากๆเลยค่ะ ใครที่ชอบกิน ไม่ต้องไปหาที่ไหน ไปร้านสะดวกซื้อก็มี

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ประโยชน์ของ เฉาก๊วย มีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของเฉาก๊วย ของหวานสีดำๆ ที่เคี้ยวหนึบหนับ และมีรสหวานจากน้ำเชื่อม รวมถึงความเย็นฉ่ำจากน้ำแข็งที่ใส่ผสมลงไป ทำให้ “เฉาก๊วย” กลายเป็นหนึ่งในของหวานยอดฮิต แต่นอกจากความหวานเย็นที่กินแล้วสดชื่นขึ้นมาในทันใด เฉาก๊วยก็ยังมีสรรพคุณอื่นๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย 👉👉

สรรพคุณของเฉาก๊วยที่เรารู้กันดีอยู่แล้วก็คือ ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ นอกจากนี้แล้วยังช่วยขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน ร้อนใน ลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลดอาการตับอักเสบ ลดอาการไขข้ออักเสบ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือหากว่านำเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ❌❌ แต่ข้อควรระวังก็คือ น้ำตาลที่ใส่ผสมลงไปเพื่อให้มีรสชาติเพิ่มขึ้นนั้นต้องไม่มากเกินไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ประโยชน์ อาจจะได้ผลเสียจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปได้ค่ะ

เฉาก๊วย 2021-3

การเตรียมต้นเฉาก๊วย สำหรับการทำเฉาก๊วย

ต้นเฉาก๊วยหลังจากเก็บจากแปลงจะต้องนำมาล้างทำความสะอาดเสียก่อน แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง ก่อนที่จะมัดรวมกันเป็นก้อนเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บ และการขนส่ง ต้นเฉาก๊วยที่จะนำมาต้มน้ำ โดยทั่วไปสามารถหักเป็นชิ้นใส่ในหม้อต้มได้เลย แต่หากต้องการให้ได้น้ำเฉาก๊วยที่เข้มข้นกว่าแนะนำให้สับเป็นชิ้นเล็กๆก่อนะคะ เพื่อเตรียมสำหรับการทำเฉาก๊วย เหนียวหนึบ สีดำ 👉👉 ไปดูขั้นตอนการทำกันเลยค่ะ 

– หลังจากเตรียมต้นเฉาก๊วยเสร็จ ให้นำต้นเฉาก๊วยแห้งมาล้างทำความสะอาด
– นำต้นเฉาก๊วยลงต้มในน้ำ อัตราส่วนเฉาก๊วยกับน้ำที่ 1:25-50
– ต้มเคี่ยวน้ำเฉาก๊วยนาน 3-5 ชั่วโมง จนน้ำเฉาก๊วยมีลักษณะข้นเป็นเมือก และมีสีดำใส
– ทำตักต้นเฉาก๊วยขึ้นมา แล้วใช้มือขยำหรือนวดต้นเฉาก๊วย เพื่อให้เมือกหลุดออกลงหม้อต้ม
– แยกกากต้นเฉาก๊วยออกจากน้ำต้ม และตั้งทิ้งไว้สักพักเพื่อให้ตะกอน และดินตกลงด้านล่างหม้อ
– ทำการกรองน้ำต้มเฉาก๊วยด้วยผ้าขาวบาง 1-2 ครั้ง โดยค่อยๆเทเบาๆ เพื่อไม่ให้ตะกอนด้านล่างฟุ้งขึ้นมา
– นำน้ำต้มเฉาก๊วยที่มีลักษณะเหนียวข้นตั้งทิ้งไว้ให้เย็นจนได้เฉาก๊วยที่มีลักษณะก้อนอ่อนนุ่ม
– หากต้องการความเหนียว และแข็งที่มากขึ้น ให้เติมโซเดียมไบคาร์บอเนตก่อนนำไปต้มอีกครั้งหรือใส่ในขณะที่น้ำเฉาก๊วยยังร้อน
– หากต้องการเพิ่มความแข็ง และเหนียวขึ้นมาอีกให้นำแป้งท้าวยายหม่อมหรือแป้งอ่อน เช่น แป้งมันสำปะหลังลงต้มผสม โดยนำน้ำต้มที่กรองเสร็จแล้วลงต้มผสมกับแป้งนาน 15 นาที พร้อมกับกวนอย่างต่อเนื่อง จนได้เมือกเหนียวดำ และเป็นมันเงา ก่อนเทใส่แม่พิมพ์หรือตั้งให้จับตัวเป็นก้อนในหม้อ

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

เฉาก๊วย 2021-4

เมนู เฉาก๋วยน้ำเชื่อม ยอดฮิต ทำเองง่ายๆ ที่บ้าน

อย่างที่รู้กันดีว่า ​​เฉาก๊วย ทำมาจากต้นเฉาก๊วย ซึ่งไม่ต้องทำเองก็ได้เพราะมีขายแบบพร้อมกินทั้งเฉาก๊วยโบราณหรือเฉาก๊วยทรงเครื่อง แต่สำหรับคนที่อยากกินเมนูเฉาก๊วยอื่น ๆ ก็คงต้องไปซื้อก้อนเฉาก๊วยมาทำเองแล้วล่ะ วันนี้เราขอนำเสนอวิธีทำเฉาก๊วยน้ำเชื่อม หวานเย็น ชุ่มฉ่ำ มาให้ทุกคนได้ลองทำกัน 

เมนูเฉาก๊วยน้ำเชื่อม สูตรจาก คุณเนินน้ำ อาหารบ้าน ๆ ที่บ้านเนินน้ำ สูตรนี้ใช้ผงเฉาก๊วยต้มกับน้ำเปล่าแล้วเทใส่พิมพ์และหั่นตามชอบ หรือหากใครมีเฉาก๊วยที่ทำเองไว้แล้ว ก็ใช้แทนกันได้ค่ะ จากนั้นก็แค่ราดน้ำเชื่อมและใส่น้ำแข็ง เรียกได้ว่าเป็นเมนูดั้งเดิม แต่ยังคงความอร่อย ไม่แพ้ใคร ไปดูส่วนผสมกันเลย 

  • ผงทำ​เฉาก๊วย 1 ซอง หรือเฉาก๊วยที่ทำเอง 
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร และ น้ำเปล่า (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
  • น้ำตาลทองธรรมชาติ
  • น้ำแข็ง สำหรับเสิร์ฟ

#ขั้นตอนการทำเฉาก๊วยน้ำเชื่อม

  • เทผงเฉาก๊วยใส่ลงอ่างผสม เติมน้ำ 250 มล. ลงไป คนผสมให้เข้ากันดี เตรียมไว้
  • ใส่น้ำที่เหลือ (750 มล.) ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด
  • พอน้ำเดือดแล้วปรับเป็นไฟอ่อนแล้วเทส่วนผสมเฉาก๊วยลงไปกวนผสมให้เข้ากันจนข้นและเนียน
  • ปิดไฟแล้วเทใส่พิมพ์แล้วพักไว้ให้เย็นและเฉาก๊วยเซตตัว
  • ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลลงในหม้อ ตามด้วยน้ำ (อัตราส่วน หวานมาก-น้อยตามชอบ) นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเดือด ปิดไฟ เตรียมไว้
  • ตักเฉาก๊วยใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำเชื่อม เติมน้ำแข็ง หรือจะหั่นซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ ใส่แก้ว หรือเอาเข้าช่องฟรีซจะได้น้ำเชื่อมเป็นวุ้น ๆ อร่อยชื่นใจ

แนะนำเพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น เครื่องทำบิงซู ในการปั่นน้ำแข็งให้ออกมามีลักษณะเบา เป็นปุยคล้ายเกล็ดหิมะ ช่วยให้การทานเฉาก๊วยอร่อยยิ่งขึ้น แนะให้ใช้เครื่องทำบิงซู SGE ที่สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง มีกำลังการผลิตที่สูงถึง 90 กิโล/ชัวโมง