2,554 Views

คัดลอกลิงก์

ออแกนิค คืออะไร ? กินแล้วดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

ออแกนิค สายอาหารเพื่อสุขภาพคงจะรู้จักกันดี เพราะการเลือกกินอาหารสมัยนี้ นอกจากต้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ ผ่านขั้นตอนการทำที่สะอาด ปลอดภัย วัตถุดิบ ที่ใช้ก็ต้องปราศจากสารปนเปื้อน สารเคมี ถึงจะทำให้ร่างกายของเรา ได้รับคุณประโยชน์จากอาหารแต่ละมื้ออย่างเต็มที่

อาหารแบบ ออร์แกนิค จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมาก สำหรับคนรักการกินอาหารเพื่อสุขภาพ หากใครยังไม่รู้จักว่า มันคืออะไร และอาหารประเภทนี้ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ เดี๋ยว SGE จะเล่าให้ฟัง

ออแกนิค คืออะไร

ออแกนิค

ออแกนิค ถ้าว่ากันง่าย ๆ ก็คือ อาหารหรือผลิตภัณฑ์ ที่ใช้วัตถุดิบจากพืชและสัตว์ ที่ได้รับการเพาะปลูกและเลี้ยงดูตามวิถีแบบธรรมชาติ มาประกอบเป็นอาหาร หรือ ผลิตเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค โดยจะต้องปราศจากการปนเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี สารกระตุ้นฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ ยังรวมถึง ต้องไม่เป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์ จากพืชหรือสัตว์ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม (GMOs) ด้วยกระบวนการที่มาจากธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ อาหารออแกนิค เรียกอีกอย่างได้ว่า อาหารอินทรีย์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่นิยมบริโภคก็คือ ผัก ผลไม้ ธัญพืช นม เนื้อสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่หันมาผลิตแบบ ออร์แกนิค เพิ่มขึ้นด้วย เช่น โซดา คุกกี้ และซีเรียล เป็นต้น

สำรับสาเหตุที่ทำให้ต้องมีการแบ่งประเภทของอาหารและสินค้าต่าง ๆ ว่าเป็น ออร์แกนิค หรือไม่ เกิดจากเมื่อโลกเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ในช่วงศตวรรษที่ 19 จากการที่มีการนำเครื่องจักรเข้ามาใช้งานในการเกษตร จนส่งผลให้มีการขยายตัวของผลผลิต ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ในการใช้สารเคมีเข้าเพื่อรักษาผลผลิต ไม่ให้สูญเสียง่าย และการเพิ่มขึ้นของประชากร อันทำให้มีความต้องการอุปโภคบริโภคมากขึ้น จึงทำให้ผู้ผลิตและเกษตกร เร่งเพิ่มผลผลิต จนทำให้กระบวนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เป็นแบบระบบอุตสาหกรรม จึงทำให้มีการใช้สารเคมี สารเร่งโต และวิธีการอื่น ๆ จนท้ายที่สุด ก็ทำให้อาหารทั้งจากพืชและสัตว์ปนเปื้อนสารพิษ ส่งผลร้ายและก่อให้เกิดโรคต่อผู้บริโภค

ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มหันมาสนับสนุนให้ประชาชน หันมาบริโภคอาหารออแกนิคเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น โดยสินค้าออแกนิคที่ได้รับการรับรอง จะมีฉลากออแกนิคของประเทศนั้น ๆ ติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น USDA Organic ของอเมริกา EU leaf ของสหภาพยุโรป และ JAS ของญี่ปุ่น แต่กว่าจะได้รับการรับรอง จะต้องพิสูจน์ได้ว่า มีส่วนผสมหรือกระบวนการผลิตที่เป็นออแกนิคอย่างน้อย 95% หรือ 100% เท่านั้น ถึงจะได้รับการรับรอง นั่นแสดงให้เห็นว่า ต่างประเทศเขาเอาจริง จริง ๆ สำหรับการนำเข้าสินค้าออแกนิคที่มีคุณภาพให้กับประชาชนของเขา

สำหรับในประเทศไทยเอง การคัดเลือกคุณภาพของอาหารหรือสินค้า ว่าเป็นออแกนิคหรือไม่นั้น ใช้เกณฑ์พิจารณาส่วนผสมและวัตถุดิบที่เกิดจากการเพาะปลูกหรือกระบวนการผลิตว่าเป็นออแกนิค ตั้งแต่ 75-100% โดยหน่วยงานที่ควบคุมและการตรวจสอบมาตรฐาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานเอกชนอย่าง บริษัท เอซีที ออร์แกนิค จำกัด

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ความแตกต่างของ ออแกนิคกับสินค้าเกษตรทั่วไป

ออแกนิค

1. ผักออแกนิค

จริง ๆ แล้ว มีผักที่ถือว่าปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากมาย ที่คนทั่วไปสามารถบริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นผักปลอดสารพิษ ผักอนามัย แต่เนื่องจากกระบวนการปลูกและเลี้ยงดูพืชผักเหล่านี้บางส่วน ยังคงมีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ผักปลอดสารพิษ ที่แม้ไม่ใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช แต่ก็ใช้ปุ๋ยเคมีในการเร่งโต ผักอนามัย ที่แม้มีสารเคมีตกค้าง แต่ก็ไม่เกินปริมาณกำหนด บริโภคได้ แต่เมื่อมาเทียบกับ ผักแบบออแกนิคแล้ว จะเป็นคนละเรื่องเลย เพราะด้วยกระบวนการปลูกแบบธรรมชาติ  ที่ใช้แต่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช จึงทำให้ผักออแกนิคไม่มีสารตกค้าง ปลอดภัยต่อสุขภาพ 100% แต่ด้วยขั้นตอนการเพาะปลูกที่ต้องดูแลเอาใจใส่ ต้องใช้ปุ๋ยอย่างดี ใช้แรงงานคนในการดูแล และผลผลิตบางส่วนอาจถูกแมลงกัดกินทำลาย จนทำให้ต้องคัดแยกทิ้ง ไม่สามารถนำมาจำหน่ายได้ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ต้นทุนทางการผลิตสูง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผักออแกนิค มีราคาแพงกว่าผักชนิดอื่น ๆ

2. เนื้อสัตว์ออแกนิค

เนื้อสัตว์ออแกนิค หลายคนอาจสงสัยว่ามันแตกต่างจาก เนื้อสัตว์ธรรมดาอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ทำให้เนื้อสัตว์ออแกนิค แตกต่างจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ก็คือ วิธีการเลี้ยงดู โดยผลิตภัณฑ์จากสัตว์ออแกนิค เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม และอื่นๆ นั้น ต้องมาจากสัตว์ที่เลี้ยงในพื้นที่เปิดและกินอาหารจากธรรมชาติอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะเป็นออแกนิค อีกอย่างหนึ่งก็คือ เนื้อสัตว์นั้น ๆ จะต้องปราศจากการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือระหว่างการเลี้ยงดู สัตว์เหล่านี้จะต้องไม่ได้รับยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งโต หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีอื่น ๆ ขณะที่เมื่อนำมาจำหน่าย ก็ต้องไม่มีการฉีดสารเคมีเพื่อรักษาสภาพ หรือ เพื่อให้ดูสดใหม่ อย่างเช่น สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมู เป็นต้น

3. ผลิตภัณฑ์และสินค้าออแกนิค

ปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่อาหารประเภทผักและเนื้อสัตว์ที่เป็นออแกนิค เพราะมีการนำเอาส่วนผสมและวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาผลิตและแปรรูปเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะของใช้ในการดูแลส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม ผิวหน้า ผิวหนังส่วนต่าง ๆ เช่น ครีมดูแลผิวออแกนิค แชมพูออแกนิค สบู่ออแกนิค นั่นก็เป็นเพราะสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั่วไป ก็มีการใช้สารเคมีเข้ามาเป็นส่วนประกอบเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดสารตกค้าง หรืออาการแพ้ กับคนที่ร่างกายอ่อนไหวต่อสารเคมี ทำให้ผลิตภัณฑ์และสินค้าออแกนิค เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค ที่ต้องการดูตัวเองด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันอาการแพ้ และ หลีกเลี่ยงสารเคมี โดยต้องพิสูจน์ได้ว่า มีส่วนผสมหรือกระบวนการผลิตที่เป็นออแกนิคอย่างน้อย 75% หรือ 100% เท่านั้น ถึงจะได้รับการรับรองว่าเป็น ผลิตภัณฑ์และสินค้าออแกนิค

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

ออร์แกนิค ดีต่อสุขภาพอย่างไร

ออแกนิค

1. สุขภาพดี ปลอดภัยจากสารเคมี

อาหารทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นผักหรือเนื้อสัตว์ มักมีการใช้สารเคมี ในการฉีดพ่น เพื่อรักษาสภาพให้ดูสดใหม่ น่ารับประทาน โดยเมื่อปลายปี 2563 เครือข่ายเตือนภัยต้านสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตรวจพบผักและผลไม้ 9 ชนิด ได้แก่ องุ่นนำเข้า พุทราจีน พริก ขึ้นฉ่าย คะน้า มะเขือเทศเล็ก มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน 100% เลยทีเดียว นั่นจึงทำให้หากซื้อรับประทานบ่อย ๆ นานวันเข้าอาจก่อให้เกิดโรคร้ายตามมา ด้วยเหตุนี้ การกินผักออแกนิค จึงดีต่อสุขภาพ เพราะไม่มีสารเคมีตกค้าง ทำให้ปลอดภัยต่อร่างกาย 100%

2. มีคุณค่าทางสารอาหารสูง

ด้วยกระบวนการปลูกแบบธรรมชาติ ทำให้พืชผักชนิดต่าง ๆ เติบโตเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลิตสารอาหารออกมาได้มากกว่าการเลี้ยงดูด้วยสารเคมี โดยนักวิจัยพบว่า ในเบอร์รี่และข้าวโพดแบบออแกนิค พบสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีมากกว่าปกติ เกือบ 50% นอกจากนี้ ในผักและผลไม้แบบออแกนิคทั่วไป ยังพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มากกว่าผักและผลไม้ที่ปลูกแบบสารเคมี ส่วนหนึ่งเนื่องจากเพื่อป้องกันตนเองจากแมลงและโรคต่าง ๆ ทำให้พืชผลิตสารต้านอนุมูลอิสระออกมามากกว่าปกติ

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่พบด้วยว่า ผลิตภัณฑ์จากนมและเนื้อสัตว์แบบออแกนิค มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ รวมถึงยังมีธาตุเหล็ก วิตามิน E และไอโอดีน ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย

3. ช่วยลดมลพิษให้กับธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพใจ

เพราะการปลูกผักผลไม้แบบธรรมดา เมื่อมีการใช้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี หรือสารเร่งการเจริญเติบโตต่าง ๆ จะก่อให้เกิดสารพิษตกค้างในดิน ในน้ำ และในอากาศ ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษกับธรรมชาติ การหันมาบริโภคผักผลไม้แบบออแกนิค จะเป็นการช่วยอุดหนุนให้เกษตกร หันมาปลูกผักด้วยวิธีแบบธรรมชาติมากขึ้น อันจะทำให้ช่วยลดมลพิษจากการทำเกษตร และช่วยฟื้นฟูธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ทำให้ดีต่อสุขภาพใจ สำหรับใคร ๆ หลายคนที่อยากเห็นชีวิตของเกษตกรและธรรมชาติรอบตัวเราดีขึ้น

อาหารเพื่อสุขภาพมีหลายสาย แต่ถ้าสายที่ชัวร์ที่สุด ปลอดภัยที่สุด ต้องยกให้ อาหารออแกนิก เลย ซึ่งแม้ในตลาด ราคาค่อนข้างแพง แต่เพื่อสุขภาพของคนที่คุณรัก การลงทุนในวันนี้ อาจดีกว่าการเสียค่ารักษาพยาบาลหลายแสนในวันหน้า ดังนั้น หากอยากดูแลสุขภาพใคร ก็อย่าลืมหาซื้ออาหารออแกนิคมาทานกันนะครับ


SGE เพื่อนซี้คู่คิดพ่อค้า แม่ค้า ธุรกิจ SME

เราจำหน่ายเครื่องซีลสูญญากาศ เครื่องจักรแปรรูปอาหารและเบเกอรี่ ให้เลือกกว่า 1,000 รายการ! รับประกันคุณภาพ ราคาคุ้มค่า! และมีทีมช่างมืออาชีพให้บริการหลังการขาย พร้อมอะไหล่สำรอง

ทดลองสินค้าจริงที่โชว์รูม ฟรี!

  • สาขาสาทร (สำนักงานใหญ่) ที่ตั้ง 658 ซ.เจริญกรุง 67 ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ

  • 086-1998958

30 มกราคม 2024

โดย

Pres

ความคิดเห็น (Comments)

0 0 โหวต
Article Rating
guest
0 Comments
โหวตสูงสุด
ใหม่สุด เก่าสุด
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด