รู้จักกับ ไวน์หวาน (Sweet Wine) คือ? กินคู่กับอะไรถึงอร่อย?
อัปเดตเมื่อ วันที่ 30 มกราคม 2024

เจาะลึก ไวน์หวาน (Dessert Wine) คืออะไร? ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ไหน?
ไวน์หวาน (Sweet Wine) ไวน์อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์คกลิ้งไวน์
ไวน์ประเภทนี้ผลิตมาจากองุ่นพันธุ์อะไร ทำไมถึงหวานกว่าปกติ? และต้องกินกับอาหารแบบไหนถึงจะเข้ากัน? ตาม SGE ไปหาคำตอบกัน!
ไวน์หวาน (Sweet Wine) คืออะไร?

ไวน์หวาน (Dessert Wine / Sweet Wine) คือ ไวน์ที่มีรสหวานตามชื่อเรียก เพราะมีปริมาณของน้ำตาลมากกว่าไวน์ทั่วไป โดยสัดส่วนน้ำตาลในไวน์หวานมีมากถึง 5 – 28 % (น้ำตาลเหลือจากกระบวนการหมัก) โดยทั่วไปไวน์หวานจะมีรสชาติหวานอร่อยเข้มข้น และมีความหอมผลไม้ธรรมชาติ เช่น ปลือกส้ม แอปริคอ มะตูม มะเดื่อ ลูกเกด น้ำผึ้ง และคาราเมล โดยประเทศที่ผลิตไวน์หวานจนได้รับความนิยมไปทั่วโลกมีทั้งนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อิตาลี แคลิฟอร์เนีย โปรตุเกส และแคลิฟอร์เนีย
ไวน์หวานมีทั้งแบบ ไวน์แดง และ ไวน์ขาว หากเป็นไวน์ขาวต้องแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ ส่วนไวน์แดงจะเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องปกติ
เกร็ดความรู้ : ต้นกำเนิดของไวน์หวานมีมาตั้งแต่สมัยโรมัน ได้รับความนิยมควบคู่มากับไวน์ขาว โดยเฉพาะในยุโรป ต่อมาได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ถูกยกให้เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย โดยไวน์หวานที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นคือ Tokaji จากฮังการี และ Constantia จากอัฟริกาใต้ (รองลงมา)
ประเภท ไวน์หวาน มีอะไรบ้าง?

1. Fortified Wine
Fortified Wine เป็นไวน์ผสมเหล้า เพิ่มแอลกอฮอล์บริสุทธ์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านการกลั่น เช่น Brandy (บรั่นดี) เข้าไปทำให้มีแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ปกติ15 – 20 % มีหลากหลายชนิดตั้งแต่หวานไปจนถึง Semi-Dry นิยมดื่มก่อนทานอาหารและหลังอาหารช่วงคอร์สของหวาน
2. Lightly–Sweet Dessert Wine
Lightly–Sweet Dessert Wine ไวน์ที่มีรสหวานเล็กน้อยแต่ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับดื่มในช่วงบ่ายที่อบอุ่น ช่วยชูรสชาติของหวานที่ทำมาจากผลไม้และวานิลลา ตัวอย่างเช่น Gewürztraminer, Riesling, Müller-Thurgau, Chenin Blanc และ Viognier
3. Richly Sweet Dessert Wine
ไวน์หวาน ประเภทนี้ ผลิตจากองุ่นคุณภาพสูง ไม่ผ่านการปรุงแต่ง มีรสชาติหวานเข้มข้น อายุนานถึง 50 ปี เนื่องจากมีความหวานและกรดช่วยรักษาความสดใหม่เอาไว้
4. Sweet Red Wine
เป็นไวน์แดงที่อยู่ในประเภทไวน์หวาน ผลิตจากสายพันธุ์องุ่นเฉพาะที่ผู้ผลิตไม่เปิดเผยข้อมูล โดยประเทศผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะมาจากอิตาลี
5. Sparkling Sweet Wine
สปาร์คกลิ้งไวน์ที่มีรสหวาน ภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกรดสูง ทำให้ไวน์ประเภทนี้มีรสชาติไม่หวานมาก แต่จะมีความซ่า ความสดชื่น ขณะดื่ม เช่น Demi-Sec จากฝรั่งเศส, Amabile จากอิตาลี และ Dulce จากสเปน ดื่มคู่กับของหวาน เช่น พายแอปเปิ้ล แครนเบอร์รี่-แอปเปิ้ล และเชอร์รี่ที่มีรสชาติเปรี้ยว
ไวน์หวานผลิตจากองุ่นพันธุ์อะไร?

พันธุ์องุ่นที่ใช้ผลิต ไวน์หวาน มีหลายสายพันธุ์ เช่น MOSCATO, MUSCAT, SEMILLON, NERO D’AVOLA และองุ่นสายพันธุ์พื้นเมืองชนิดอื่น ส่วนผลองุ่นที่นำมาหมักจะคัดเลือกองุ่นสุกคาต้น หรือใช้วิธีตากแดดตากลมจนลูกองุ่นเหี่ยวแห้งเกือบเป็นลูกเกดถึงนำมาหมักต่อไป
ลักษณะทั่วไปของไวน์หวาน
รสชาติหวาน มีปริมาณน้ำตาล 5% ขึ้นไป , ปริมาณแอลกอฮอล์น้อย – ปานกลาง ดื่มได้ทุกวัย (ไวน์หวานบางประเภทก็มีแอลกอฮอล์สูง)
ประโยชน์ของไวน์หวาน
- ป้องกันโรคความจำเสื่อม
- บรรเทาอาการไข้และเจ็บคอ
- ลดความเสี่ยงของหัวใจ
- ป้องกันโรคมะเร็ง
ไวน์หวาน เสิร์ฟแก้วแบบไหน?

แก้วทรง Port / Sherry
ลักษณะแก้วสำหรับเสิร์ฟไวน์หวานจะเป็นแก้วทรงเล็ก ปากแก้วแคบ เหมาะสำหรับไวน์หวานที่มีแอลกอฮอล์สูง ยิ่งมีแอลกอฮอล์สูง ปากแก้วยิ่งต้องเล็ก เพื่อรักษาความหวานของไวน์
ไวน์หวานกินกับอะไรอร่อย?

ไวน์หวานเป็นไวน์ที่ดื่มกับอะไรก็ได้ ถ้าเป็นอาหารคาวนิยมดื่มกับเนื้อรมควัน ส่วนอาหารหวานนิยมดื่มกับขนมทุกประเภท ทั้งเบเกอรี่ เค้ก ซอฟต์ชีส พุดดิ้ง บิสกิต ช็อกโกแลต เครมบรูเล่ รวมถึงผลไม้ชนิดต่าง ๆ ดื่มได้ทั้งก่อนมื้ออาหารเพื่อเรียกน้ำย่อย หรือดื่มหลังอาหารเพื่อล้างปาก
เก็บไวน์ที่ดื่มไม่หมดไว้ที่ไหนดี?
ตู้แช่ไวน์ SGE ออกแบบตามหลักสากล มอบสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับการเก็บไวน์
✓ควบคุมอุณหภูมิ (5 – 20 องศาเซลเซียส) ✓หน้าจอระบบสัมผัส✓ระบบไฟ LED
✓ชั้นวางวัสดุคุณภาพ✓ละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ✓สะอาดปลอดสาร CFC✓ประหยัดพลังงาน
สนใจ ตู้แช่ไวน์ ตู้จ่ายไวน์ คลิกเลย >> https://www.sgethai.com/wine-cellar/

ความหวานจากไวน์หวานได้มาจากไหน?
- ขัดจังหวะการบ่มไวน์
ยีสต์เป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ ในกระบวนการผลิตเราจึงต้องแยกยีสต์ออกมาก่อนที่น้ำตาลจะกลายเป็นแอลกอฮอล์ทั้งหมด
- เพิ่มความหวาน
วิธีนี้ไม่ได้หมายความถึงการเพิ่มน้ำตาล แต่จะเป็นการเพิ่มองุ่นสดเข้าไปเพื่อเพิ่มความหวานของไวน์
- Noble Rot
วิธีนี้เป็นการใช้ “เชื้อรา” ทำให้องุ่นหวานขึ้น โดยเชื้อราที่ว่านั้นมีชื่อว่า Noble rot หรือ Botrytis cinerea ซึ่งเป็นเชื้อราที่คุกคามพวงองุ่น ทำให้องุ่นขาดน้ำและเหี่ยวเฉาคล้ายกับลูกเกด แต่ยังคงเหลือน้ำตาลและรสชาติที่เข้มข้นสูงเอาไว้ เชื้อรานี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยสภาพอากาศที่เฉพาะเจาะจงและเวลาเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง ทำให้ไวน์หวานที่ได้จากกระบวนการนี้มีราคาแพงกว่าไวน์หวานทั่วไป
- ตากแห้ง (Straw Mat Wine)
วิธีนี้เป็นวิธีตากแห้งทั่วไป หลังจากเก็บเกี่ยว องุ่นที่ได้จะถูกนำมาตากแดดและนำไปหมักด้วยวิธีเฉพาะเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น
- แช่แข็ง (Ice Wine / Eiswein)
วิธีนี้เป็นการเก็บเกี่ยวโดยคัดเลือกองุ่นที่แข็งคาต้น ต้องอาศัยสภาพอากาศที่หนาวเย็นที่ประมาณอุณหภูมิ -7 องศา ทำให้ไวน์ประเภทนี้มีราคาแพงและหายากกว่าปกติ
บทความที่น่าสนใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Wine Man
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย













