bua_loi_thai-rice-balls-in-sweet-coconut-milk

24,094 Views

คัดลอกลิงก์

10 สูตร บัวลอย หลากสไตล์ อร่อยทำง่าย ขายดี ลูกค้าติด!

“บัวลอย” ขนมหวานไทย ที่ไม่เคยตกยุค ทานทีไรก็หวานอร่อยชื่นใจทุกที เมนูนี้ทำอย่างไรให้แป้งเหนียวนุ่ม กะทิมัน และสีสันสดใส วันนี้ SGE มี 10 สูตร วิธีทำบัวลอย มาฝาก บอกเลยว่าแต่ละสูตรเด็ด ๆ ทั้งนั้น…ทำกินก็ง่าย ทำขายก็ปังของจริง!

เวลาเตรียม
≈ 20 นาที

เวลาปรุง
≈ 15 นาที

สำหรับ
7 เสิร์ฟ

1. บัวลอยไข่หวาน มะพร้าวอ่อน

By SGE x เชฟเจิน

บัวลอยไข่หวาน สูตรนี้เป็นสูตรที่ไม่ใช้สีผสมอาหาร ตัวแป้งจะหนึบๆ นุ่มๆ ในน้ำกะทิหอมอร่อยหวานพอดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับทำกินในครอบครัวและทำขายสุดๆ 

ส่วนผสม แป้งบัวลอย

  1. แป้งข้าวเหนียว 450 (สีละ 90 กรัม)
  2. แป้งมัน  300 กรัม (สีละ 60 กรัม)
  3. น้ำใบเตย  25 กรัม
  4. น้ำดอกอัญชัน  25 กรัม
  5. ฟักทองนึ่งสุก  50 กรัม
  6. มันม่วงนึ่งสุก 50 กรัม
  7. มันเทศนึ่งสุก  50 กรัม

ส่วนผสม น้ำกะทิ    

  1. หัวกะทิ 65 กรัม
  2. หางกะทิ 500 กรัม
  3. แป้งข้าวโพด 5 กรัม
  4. เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
  5. น้ำตาลทรายขาว 55 กรัม
  6. น้ำตาลปี๊บ 20 กรัม
  7. เกลือ 2 กรัม
  8. ใบเตย 2 ใบ

ส่วนผสม ไข่หวาน   

  1. น้ำ 30 กรัม
  2. น้ำตาลทรายขาว 110 กรัม
  3. ไข่เป็ดสด 1 ฟอง

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

วิธีทำ

STEP 1 : ทำแป้งบัวลอย
  • ใช้ช้อนบดเนื้อฟักทองให้ละเอียด ผสมแป้งข้าวเหนียว 90 กรัม แป้งมัน 60 กรัม นวดให้เป็นเนื้อเดียวกันจนไม่มีผงแป้งหลงเหลืออยู่ จากนั้นใช้แรปใสปิดพักไว้ 
  • ทำขั้นตอนด้านบนกับ มันเทศ และ มันม่วง หากมันเทศมีเนื้อหนึบ ผสมยาก  ให้ผสม “น้ำร้อน” ลงเล็กน้อย เพื่อให้นวดง่ายขึ้น 
  • ส่วนน้ำอัญชัน และ น้ำใบเตย อุ่นให้พอร้อนก่อน แล้วนวดผสมเข้ากับแป้งได้เลย 
บดเนื้อฟักทอง มันเทศ มันม่วง เพื่อทำ บัวลอย

บดเนื้อวัตถุดิบที่ใช้ทำสี

ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งมัน บัวลอย

ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งมัน

ใช้มือนวดแป้ง บัวลอย

  นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน

แป้งบัวลอย เนียน ไร้ฝุ่นแป้ง

ใช้พลาสติกแรปไว้ไม่ให้แป้งแห้ง (ทำต่อให้ครบทุกสี)

STEP 2 : ปั้นเม็ดบัวลอย
  • เมื่อได้แป้งบัวลอยครบทุกสีแล้ว ใช้มือคลึงแป้งให้เป็นเส้นยาว ใช้ที่ตัดแป้งหรือมีดแบ่งแป้งบัวลอยออกเป็นชิ้นเล็ก ขนาดเท่า ๆ กัน 
  • ปั้นแป้งให้เป็นเม็ดกลม นำไปคลุกกับแป้งมัน (ป้องกันเม็ดบัวลอยติดกัน) ปั้นต่อจนเสร็จครบทุกสี
  • เมื่อปั้นครบ ให้กรอง บัวลอย ออกจากแป้งมันให้มากที่สุด แล้วเตรียมต้มได้เลย
คลึงแป้ง บัวลอย ให้เป็นเส้นยาว

คลึงแป้งให้เป็นเส้นยาว

 แบ่งแป้งบัวลอยให้เท่ากัน

 แบ่งแป้งให้เท่ากัน

ปั้น บัวลอย คลุกแป้งมัน

ปั้นเม็ดบัวลอย คลุกแป้งมัน แล้วร่อนออก

บัวลอย 5 สี จากธรรมชาติ

ปั้นบัวลอยให้ครบ 5 สี

STEP 3 : ต้มบัวลอย
  • ตั้งกระทะ เติมน้ำ ต้มให้ร้อนจัด นำเม็ดบัวลอย 5 สี ลงต้มพร้อมกัน
  • เมื่อบัวลอยเริ่มสุก จะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ อย่าพึ่งตักออก ให้ต้มต่ออีก 4 – 5 นาที ระหว่างต้มใช้ทัพพีคนเล็กน้อย เพื่อไม่ให้บัวลอยติดกัน
  • เมื่อแป้งบัวลอยสุกแล้ว ให้ตักขึ้น น็อกในน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
ต้ม บัวลอย ในน้ำเดือดจัด

ต้มบัวลอยในน้ำเดือดจัด

บัวลอยสุก น็อกในน้ำเย็น

    สุกแล้วน็อกในน้ำเย็น

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

STEP 4 : ทำน้ำกะทิ
  • ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ น้ำตาลปี๊บ แป้งข้าวโพด (หรือใช้แป้งมันก็ได้) 
  • เปิดไฟกลาง ต้มให้ร้อน ไม่ถึงเดือด ต้มให้น้ำตาลปี๊บละลาย คนตลอดเวลา เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน 
  • ใส่ใบเตย มะพร้าวอ่อนขูดเส้นลงไป ต้มต่อให้พอร้อน จากนั้นใส่ บัวลอย 5 สี ลงไป 
ต้มทำกะทิ ทำบัวลอยไข่หวาน

ต้มน้ำกะทิผสมแป้งข้าวโพด + ปรุงรส

ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ในบัวลอย

 ใส่มะพร้าวอ่อนขูด 

ใส่ใบเตย บัวลอยไข่หวาน

 เพิ่มความหอมด้วยใบเตย

ใส่บัวลอย 5 สีลงไป ต้มให้พอร้อน

ใส่บัวลอย ต้มให้พอร้อน

STEP 5 : ทำไข่หวาน
  • ตั้งกระทะ ใส่น้ำเปล่า และน้ำตาลทราย ต้มให้เดือดจัด (ระหว่างรอให้ตอกไข่เป็ดลงถ้วยเตรียมไว้)
  • เมื่อน้ำเชื่อมเดือดจัด ใช้ทัพทีคนให้น้ำในหม้อวนไปทางใดทางหนึ่งเล็กน้อย แล้วเทใข่เป็ดลงไป โดยเทให้ชิดขอบหม้อที่สุด เพื่อไม่ให้ไข่แตก
  • ใช้ทัพพีตะล่อมไข่ขาวให้เป็นวงเรื่อย ๆ จนได้ระดับความสุกที่ต้องการ ไข่หวานที่ได้จะมีรูปทรงสวย น่าทานขึ้น
ต้มน้ำเชื่อม ทำไข่หวาน บัวลอย

 ต้มน้ำเชื่อม + ตอกไข่เตรียมไว้

ต้มน้ำเชื่อม ทำไข่หวาน

เทไข่เป็ดลงไป ตะล่อมให้เป็นวง

STEP 6 : เตรียมเสิร์ฟ
  • ตักบัวลอยไส่ถ้วยขนาดเล็ก โปะหน้าด้วยไข่หวาน ตกแต่งด้วยใบเตย เพิ่มความสวยงาม พร้อมเสิร์ฟ!
ตัก บัวลอยไข่หวาน ใส่ถ้วย เตรียมเสิร์ฟ

ตัก บัวลอย ใส่ถ้วยเล็ก

บัวลอยไข่หวาน

บัวลอยไข่หวาน พร้อมเสิร์ฟ

“บัวลอย” สูตรนี้ทำขายคุ้มไหม?

คำนวณทุน บัวลอยไข่หวาน ทำขาย

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

2. บัวลอยเผือก 

บัวลอยเผือก

ส่วนผสมแป้ง บัวลอยเผือก

  1. แป้งข้าวเหนียว 270 กรัม
  2. แป้งมัน 45 กรัม
  3. เผือกนึ่งสุก 270 กรัม
  4. หัวกะทิ 45 กรัม
  5. น้ำมะพร้าว 225 กรัม

ส่วนผสมน้ำกะทิ บัวลอยเผือก

  1. หัวกะทิ 180 กรัม
  2. หางกะทิ 145 กรัม
  3. น้ำมะพร้าว 180 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 180 กรัม
  5. เกลือ ¼  ช้อนโต๊ะ
  6. เนื้อมะพร้าวอ่อน 25 กรัม

วิธีทำบัวลอย เผือก

  • แบ่งเผือกนึ่ง ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับบดผสมแป้ง ส่วนที่สองหั่นเป็นลูกเต๋า
  • ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน เผือกนึ่งบด ขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน จนเนื้อเนียนละเอียด เติมน้ำกะทิและน้ำมะพร้าว นวดต่อจนเหนียว นำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดตามต้องการ 
  • ตั้งกระทะ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เม็ดบัวลอยลงไป รอแป้งสุกจนลอยขึ้นมา ตักขึ้นจากกระทะ น็อกในน้ำเย็น 
  • ทำน้ำกะทิ เริ่มจากใส่หัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ น้ำมะพร้าวอ่อน ลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อน ตามด้วยเผือกหั่นเต๋าและเนื้อมะพร้าวอ่อน
  • ตักบัวลอยเผือกใส่ถ้วย (ใส่ไข่หวานถ้าชอบ) ราดหน้าด้วยหัวกะทิข้น ๆ พร้อมเสิร์ฟ 

3. บัวลอยน้ำขิง ไส้งาดำ

บัวลอยน้ำขิง ไส้งาดำ

ส่วนผสม บัวลอยน้ำขิง

  1. แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
  2. แป้งข้าวเจ้า 75 กรัม 
  3. งาดำคั่วบดละเอียด 90 กรัม 
  4. น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
  5. น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
  6. ขิงหั่นแว่น 100 กรัม
  7. น้ำเปล่า 200 มล. (สำหรับนวดแป้ง)
  8. น้ำเปล่า 500 มล. (สำหรับทำน้ำขิง)

วิธีทำบัวลอย น้ำขิง

  • นำงาคั่วบดละเอียด น้ำตาลปี๊ป ไปกวนในกระทะทองเหลือง ประมาณ 10 นาทีจนส่วนผสมเริ่มเหนียวข้น พักไว้ให้เย็น (ใช้ไฟอ่อน)
  • นำแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว ผสมรวมกัน เติมน้ำเปล่าลงไปทีละน้อยและนวดให้เข้ากันดี
  • ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาด 1 1/2 นิ้ว และแผ่แป้งออกเป็นแผ่นแบน ตักใส่งาดำวางตรงกลางแป้ง จากนั้นเก็บริมแป้งให้มิดและปั้นเป็นก้อนกลม วางพักไว้บนถาดแป้งที่โรยนวลแป้งไว้แล้ว
  • ต้มน้ำเปล่าให้เดือดจัด นำแป้งบัวลอยลงต้มให้สุกประมาณ 5-7 นาที เมื่อแป้งบัวลอยเริ่มลอยตัวขึ้นมาให้ตักขึ้นพักไว้ในน้ำเย็น
  • ต้มน้ำเปล่า น้ำตาลทรายแดง ขิงแก่ รวมกันจนเดือด ตักน้ำขิงใส่ถ้วยบัวลอย เป็นอันเสร็จ พร้อมเสิร์ฟ

4. บัวลอยนมสด

บัวลอยนมสด

ส่วนผสม บัวลอยนมสด

  1. แป้งบัวลอยสำเร็จรูป 250 กรัม
  2. นมจืด 500 มิลลิลิตร
  3. น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือ 1 ช้อนชา
  6. ใบเตย 2 ใบ 
  7. น้ำเปล่า (สำหรับต้มบัวลอย)

วิธีทำบัวลอย นมสด 

  • ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่เม็ดบัวลอยสำเร็จรูปลงไป เมื่อเม็ดบัวลอยสุก จะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ
  • เทแป้งที่สุกแล้วลงในกระชอน นำน้ำเปล่าราด พักไว้ให้แห้ง
  • ตั้งกระทะ ใส่นมสด ใบเตยมัดปม น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือ ให้พอร้อน
  • เมื่อส่วนผสมละลายแล้ว ชิมรสชาติ หากชอบหวาน เติมน้ำตาลเพิ่มได้
  • ใส่เม็ดบัวลอยที่พักไว้ลงไป ต้ม 3 นาที ตักบัวลอยนมสดใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

5. บัวลอยสาคู

บัวลอยสาคู

ส่วนผสม บัวลอยสาคู

  • สาคูเม็ดเล็ก 400 กรัม
  • น้ำร้อน 300 มิลลิลิตร
  • สีผสมอาหาร (สีที่ชอบ)
  • ลำไยสด 10 – 15 ลูก

ส่วนผสม น้ำกะทิ

  1. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  2. หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 150 กรัม
  4. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  5. ใบเตย 3 ใบ
  6. ใส่ ข้าวโพดหวานต้มสุก (ตามชอบ)

วิธีทำบัวลอย สาคู 

  • ล้างสาคูด้วยน้ำสะอาด 1 รอบ เพื่อล้างสิ่งสกปรกออก
  • ต้มน้ำร้อน เทใส่สาคู และสีผสมอาหาร คนให้เข้ากัน
  • พักสาคูทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้สาคูดูดน้ำและมีสีสวย
  • ปั้นสาคูเป็นก้อน ขนาดตามต้องการ 
  • ตั้งกระทะ ต้มน้ำให้เดือด นำสาคูก้อนลงต้มให้สุก จนลอยขึ้นมาเหนือน้ำ
  • ตั้งกระทะทำน้ำกะทิ เทหัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ใบเตย ให้น้ำตาลและเกลือละลาย (ใช้ไฟกลาง) 
  • ตักใบเตยออก ใส่สาคูที่สุกแล้ว มะพร้าวอ่อนขูดเส้น และลำไย ลงไป ต้มไฟอ่อน 2 – 3 นาที ตักบัวลอยสาคูใส่ถ้วย พร้อมทาน

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

6. บัวลอย ทรงเครื่อง

บัวลอยทรงเครื่อง

ส่วนผสมแป้ง บัวลอยทรงเครื่อง

  1. แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
  2. น้ำมะพร้าวอ่อน (นวดแป้งข้าวเหนียว)
  3. มันม่วงนึ่ง 1 ถ้วย (ผสมสีแป้ง)
  4. ฟักทองนึ่ง 1 ถ้วย (ผสมสีแป้ง)
  5. น้ำอัญชัน 1/2 ถ้วย (ผสมสีแป้ง)
  6. แป้งมัน (สำหรับคลุกเม็ดบัวลอย)

ส่วนผสมน้ำกะทิ บัวลอยทรงเครื่อง

  1. กะทิ 300 มล.
  2. ใบเตย 5  ใบ
  3. น้ำเปล่า  300 มล.
  4. น้ำตาลทราย  250 มล.
  5. เกลือ 2 ช้อนชา

ส่วนผสมอื่น ๆ (แล้วแต่ชอบ)

  1. ไข่แดงเค็ม 2 ฟอง
  2. ข้าวโพด 1 ถ้วย
  3. มะพร้าวอ่อน 1/2 ถ้วย
  4. เผือกหั่นเต๋า 1 ถ้วย
  5. ลูกไหน 20 กรัม
  6. แป๊ะก๊วย 20 กรัม
  7. ถั่วแดง 20 กรัม

วิธีทำบัวลอยทรงเครื่อง

  • นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำมะพร้าวอ่อนให้เข้ากัน แบ่งแป้งออกเป็น 3 ก้อน
  • ก้อนแรกนวดกับมันม่วง ก้อนสองและสามนวดกับฟักทองนึ่งและน้ำอัญชันให้ครบ
  • ปั้นเม็ดบัวลอย คลุกในแป้งมัน ต้มบัวลอยในน้ำเดือดจัด รอสุก น็อกในน้ำเย็น เตรียมไว้
  • เคี่ยวน้ำกะทิ น้ำตาลทราย ใบเตย ให้พอร้อน ใส่เม็ดบัวลอยลงไป
  • ตามด้วยส่วนผสมทรงเครื่อง ตามชอบ เช่น ไข่แดงเค็ม ข้าวโพด มะพร้าวอ่อนขูด เผือกหั่นเต๋า ลูกไหน แป๊ะก๊วย ถั่วแดง เฉาก๊วย ฯลฯ
  • ราดหน้าด้วยหัวกะทิข้น ๆ บัวลอยทรงเครื่อง พร้อมเสิร์ฟ

7. บัวลอย ดอกเดซี่

บัวลอยดอกเดซี่

ส่วนผสมแป้ง 

  • แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตย 1/2 ถ้วยตวง
  • ฟักทอง 1 ชิ้นใหญ่
  • น้ำกะทิ 3 ถ้วยตวง
  • น้ำตาล 50 กรัม
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  1. หัวกะทิ + หางกะทิ 3 ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  3. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  4. ใบเตย 4 ใบ

วิธีทำ บัวลอยดอกเดซี่

  • นวดแป้งข้าวเหนียวกับฟักทอง (แป้งสีเหลือง) นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำใบเตย (แป้งสีเขียว)
  • คลึงแป้งออกเป็นเส้น ๆ แล้วปั้นแป้งสีเหลืองให้เป็นทรงกลมใหญ่กว่าแป้งสีเขียวเล็กน้อย
  • นำแป้งสีเหลืองและเขียว มาประกอบให้เป็นดอกเดซี่ สีเหลืองเป็นกลีบดอก สีเขียวเป็นเกสร
  • ประกอบเสร็จคลุกแป้งมัน เพื่อไม่ให้ดอกเดซี่ติดกัน
  • ต้มดอกเดซี่ในน้ำเดือดจัด สุกแล้วน็อกในน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ
  • เคี่ยวกัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาลทราบ เกลือป่น ใบเตยมัด ให้พอร้อน
  • ใส่บัวลอยดอกเดซี่ลงไป ต้มต่อสักพัก ตักขึ้น พร้อมเสิร์ฟ

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

สแลนกันแดด NetShade
สแลนกันแดด NetShade

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

8. บัวลอยชาไทย ไส้ช็อกโกแลต

ส่วนผสม

  1. แป้งข้าวเหนียว 400 กรัม
  2. นมชาไทยยี่ห้อที่ชอบ 360 มล.
  3. สีผสมอาหาร สีชาไทย 1 – 2 หยด
  4. ดาร์กช็อกโกแลตแบบก้อน (ทำไส้)
  5. น้ำตาลทราย 20 กรัม
  6. ใบเตย 2 ใบ

วิธีทำบัวลอย ชาไทย

  • นวดแป้งข้าวเหนียวกับนมชาไทยให้เข้ากัน หยดสีผสมอาหารลงไป นวดต่อให้เนียน
  • ทำแป้งให้แบน ใส่ไส้ดาร์กช็อกโกแลตตรงกลาง ปั้นให้เป็นทรงกลม
  • ต้มบัวลอยในน้ำเดือดจัด จนบัวลอยลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ ต้มต่อให้สุกดี น็อกในน้ำเย็น
  • เคี่ยวน้ำชาไทย น้ำตาลทราย ใบเตย ให้พอร้อน ใส่บัวลอยลงไป
  • ราดหน้าด้วยหัวกะทิข้น ๆ บัวลอยชาไทย ไส้ช็อกโก้ลาวาเยิ้ม ๆ  พร้อมเสิร์ฟ

9. บัวลอยชาไต้หวัน เฉาก๊วย

ส่วนผสม

  • นมมะพร้าวจืด 1 ถ้วย
  • แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
  • มันเทศนึ่ง 1/2 ถ้วย
  • มันม่วงนึ่ง  1/2 ถ้วย
  • ผงชาไต้หวันสำเร็จรูป 20 กรัม
  • หัวกะทิ + หางกะทิ 40 กรัม
  • น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
  • เฉาก๊วยหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ บัวลอยชาไต้หวัน

  • แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกผสมแป้งข้าวเหนียว ผงชาไต้หวัน 1 กรัม กับมันนึ่ง นวดให้เข้ากัน ส่วนที่สองผสมแป้งกับผงชาไต้หวัน 1 กรัม มันม่วง นวดให้เข้ากัน จะได้บัวลอยสองสี คือ สีเหลือง และ สีม่วง
  • คลึงแป้ง ปั้นให้เป็นก้อน ขนาดตามต้องการ ต้มให้สุกในน้ำเดือดจัด
  • เคี่ยวน้ำกะทิ ผงชาไต้หวัน น้ำเชือม ให้พอร้อน ใส่บัวลอยลงไป ตามด้วยเฉาก๊วยหั่นเต๋า เป็นอันเสร็จ

10. บัวลอย เสียบไม้

บัวลอยเสียบไม้

ส่วนผสมแป้ง บัวลอยเสียบไม้

  1. แป้งข้าวเจ้า 300 กรัม
  2. แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
  3. แป้งมัน (คลุกเม็ดบัวลอย)
  4. มันม่วงบด 50 กรัม
  5. ฟักทองบด 50 กรัม
  6. น้ำอัญชัน 50 กรัม
  7. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  8. น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
  9. เกลือ ½ ช้อนชา
  10. งาขาว – งาดำ (โรยหน้า)

อุปกรณ์ที่จำเป็น : ไม้เสียบบัวลอย

วิธีทำบัวลอย เสียบไม้ 

  • แบ่งแป้งแต่ละชนิด ออกเป็นสามส่วน เพื่อทำบัวลอยสามสี ผสมแป้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และมันม่วงบด นวดให้เข้ากัน ทำขั้นตอนเดียวกันกับฟักทองบดและน้ำอัญชัน
  • ปั้นแป้งบัวลอย ให้มีขนาดเท่าลูกชิ้น ขนาดเล็ก คลุกแป้งมัน จากนั้นนำเม็ดบัวลอยเสียบไม้ สลับสีให้สวยงาม แช่เย็น 30 นาที ต้มในน้ำเดือดจัดให้สุก
  • เคี่ยวน้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ให้พอร้อน เตรียมไว้ จัดบัวลอยเสียบไม้ใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิ โรยหน้าด้วยงามดำ งาขาว ตามชอบ

เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 สูตร วิธีทำบัวลอย ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ทำตามไม่ยากเลยใช่ไหมคะ หากใครชอบแบบไหนก็ลองนำไปทำกันดู หรือใครอยากประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ตนเอง ไว้ทำกินทำขายก็สามารถทำได้เลย!

24 มกราคม 2024

โดย

Wishyouwell.

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment


ดำเนินการไม่สำเร็จ กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ติดตามสำเร็จ สามารถรับข่าวสารของเราได้ทาง E-mail ที่คุณกรอก