220214-Content-บีทรูท-(Beetroot)-สรรพคุณมากมาย-เลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์01

8,944 Views

คัดลอกลิงก์

พารู้จัก บีทรูท สรรพคุณมากมาย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์!

บีทรูท เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำรากซึ่งอยู่ใต้ดินมารับประทาน มีอยู่หลายสายพันธุ์และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค นิยมนำมากินสด ดอง ปรุงอาหาร เพิ่มสีสันของอาหาร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และนำไปใช้เป็นยารักษาโรค เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด เช่น ใยอาหาร วิตามินบี9 โฟเลต แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินซี เป็นต้น

บทความนี้ SGE ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ บีทรูท กันว่า จะมีสรรพคุณ และประโยชน์อย่างไรบ้าง?

รู้จักกับ บีทรูท

บีทรูท(Beetroot) เป็นพืชที่นิยมรับประทานส่วนหัว หรือรากสะสม มีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี และบีทรูทมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ ลักษณะเป็นทรงกลมป้อม ๆ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว ๆ 3-4 เซนติเมตร เนื้อภายในจะอวบน้ำ ซึ่งเป็นสีแดงเลือดหมู สีม่วงแดง และสีเหลือง หัวพืชเป็นราก จะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน 

220214-Content-บีทรูท(Beetroot)-สรรพคุณมากมาย-เลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์02

ต้นกำเนิดของพืชชนิดนี้อยู่ทางยุโรป แถบเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อนำมาปลูกในประเทศไทย จึงนิยมนำมาปลูกทางภาคเหนือ

คุณค่าทางโภชนาการ

บีทรูทสรรพคุณมีมากมาย บีทรูทดิบต่อ 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

  • พลังงาน : 43 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต : 9.56 กรัม
  • น้ำตาล : 6.76 กรัม
  • เส้นใย : 2.8 กรัม
  • ไขมัน 0.17 กรัม
  • โปรตีน : 1.61 กรัม
  • น้ำ : 87.58 กรัม
  • วิตามินเอ : 2 ไมโครกรัม 0%
  • เบตาแคโรทีน : 20 ไมโครกรัม 0%
  • วิตามินบี 1 : 0.031 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 2 : 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 : 0.334 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 5 : 0.155 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 6 : 0.067 มิลลิกรัม 5% 
  • วิตามินบี 9 : 109 ไมโครกรัม 27%
  • วิตามินซี : 4.9 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแคลเซียม : 16 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก : 0.8 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมกนีเซียม : 23 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมงกานีส : 0.329 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุฟอสฟอรัส : 40 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุโพแทสเซียม : 325 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุโซเดียม : 78 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุสังกะสี : 0.35 มิลลิกรัม 4%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ประโยชน์บีทรูท

ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลง

ในบีทรูทมีสารไนตริกออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และยังสามารถลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลงได้ 

มีการทดลองให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ให้รับประทานบีทรูทเป็นอาหารเสริมอย่างต่อเนื่องจนครบ 30 วัน พบว่า การรับประทานอาหารเสริมจากบีทรูท ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลงประมาณ 72%

ลดความเสี่ยงโรคตับ

บีทรูทมีสรรพคุณบำรุงตับ ส่งเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้น ในบีทรูทยังมีสารบีทานิน ที่ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ปกป้องตับจากสารพิษ จากผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า การรับประทานบีทรูท จะช่วยลดระดับไขมันของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับได้อีกด้วย

ทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ

ในบีทรูทเต็มไปด้วยสารไนเตรต ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ โดยได้มีการศึกษาวิจัยจากกลุ่มผู้ทดลอง โดยให้ดื่มน้ำบีทรูทผสมกับน้ำแอปเปิล เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่า ระดับความดันโลหิตของกลุ่มผู้ทดลองลดลง 4-5 มิลลิเมตรปรอท

220214-Content-บีทรูท(Beetroot)-สรรพคุณมากมาย-เลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์03

ส่งเสริมสุขภาพ

สารไนเตรตที่อยู่ในบีทรูท มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย จากการทดลองพบว่า การดื่มน้ำบีทรูทก่อนออกกำลังกาย จะทำให้สมรรถภาพในการวิ่งเพิ่มขึ้น

เพิ่มสรรถภาพทางเพศ

มีการใช้บีทรูทเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากบีทรูทเต็มไปด้วยสารไนเตรต ทำให้สารไนตริกเข้าไปสู่ร่างกาย ส่งผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว จึงมีเลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้มากขึ้น นอกจากนี้ บีทรูทยังมีโบรอนที่ใช้สำหรับการผลิตฮอร์โมนเพศชายอีกด้วย

กระตุ้นสมอง

น้ำบีทรูทมีปริมาณไนเตรตสูง นอกจากจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้แล้ว ยังทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมออกซิเจนได้มากขึ้น ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ป้องกันสมองเสื่อม และเมื่อสารไนเตรตเปลี่ยนเป็นไนไตรท์ จะกระตุ้นประสาท ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

แก้อาการเมื่อยล้า

สารไนเตรตในบีทรูท ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ออกซิเจนไหลไปเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี  ทำให้พลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีธาตุเหล็ก ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้

ดูแลสุขภาพผิว

บีทรูทเป็นพืชที่ดีต่อสุขภาพผิว เพราะช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง สามารถบรรเทาอาการของสิวอักเสบ สิวอุดตัน ช่วยฟอกเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ทำหน้าที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยก่อนวัยได้

ป้องกันโรคโลหิตจาง

บีทรูทเต็มไปด้วยธาตุเหล็ก จึงดีต่อระบบเลือด ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี ซึ่งธาตุเหล็กจะทำหน้าที่ฟื้นฟูเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายดีขึ้น ในบีทรูทยังมีทองแดง ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้มากยิ่งขึ้น

อ่านบทความ : อาหารบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง พร้อมเมนูแนะนำ

เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก

เนื่องจากในบีทรูทมีซิลิกา จึงทำให้ร่างกายใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีสารอาหารที่ดีต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินซี โฟเลต และทองแดง โดยสารอาหารเหล่านี้ ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงทั้งสิ้น

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

การใช้บีทรูทเพื่อสุขภาพและความงาม

ล้างสารพิษ

น้ำบีทรูทช่วยล้างสารพิษในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบีทรูทมีสารเบทาอีน นอกจากนี้ ยังมีเม็ดสีที่กระตุ้นการทำงานของตับ อีกทั้งน้ำบีทรูทยังมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องตับจากการขาดโปรตีนที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอีกด้วย 

วิธีทำ นำบีทรูทมาคั้นเอาแต่น้ำสด ๆ จากนั้น นำน้ำบีทรูทที่ได้มาดื่ม อาจเพิ่มรสชาติด้วยการเติมน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวผสมลงไปด้วยก็ได้ ซึ่งจะได้ทั้งความอร่อยและดีต่อสุขภาพ

220214-Content-บีทรูท(Beetroot)-สรรพคุณมากมาย-เลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์04

รักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง

บีทรูทสามารถนำมาใช้เพื่อรักษาสิวอักเสบและสิวหัวหนองได้ 

วิธีทำ นำหัวบีทรูท 1 หัว มาต้มกับน้ำจนเดือน แล้วนำมาดื่มตอนอุ่น ๆ จะช่วยรักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนองให้หมดไป และยังช่วยแก้ปัญหาน้ำเหลืองเสียได้อีกด้วย แนะนำให้ดื่มบ่อย ๆ เป็นประจำ 

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ตู้อบลมร้อน ตู้อบเบเกอรี่

การรับประทานบีทรูทให้ปลอดภัย

การรับประทานบีทรูทในปริมาณปกติที่พบได้จากในอาหารค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่อาจทำให้ปัสสาวะและอุจจาระเป็นสีแดง หรือชมพูหลังจากรับประทาน โดยเป็นอาการที่เรียกว่าบีทูเรีย (Beeturia) ซึ่งจะไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย ส่วนข้อควรระวังในบุคคลกลุ่มอื่น มีดังนี้

  • การรับประทานบีทรูท เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรค ควรมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ หากต้องการรับประทานควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • บีทรูทอาจส่งผลให้ระดับแคลเซียมลดต่ำลง และกระทบต่อการทำงานของไต ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับไตหรือระดับแคลเซียมในร่างกาย อาจมีอาการแย่ลงได้
  • หญิงที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานบีทรูทในปริมาณมาก หรือการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรค เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยันความปลอดภัย
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ไม่ควรดื่มน้ำบีทรูทเป็นประจำ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ความดันโลหิตลดต่ำลง
  • บีทรูทมีออกซาเลต (Oxalate) อยู่ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสารธรรมชาติ ที่อาจตกผลึกในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไต จึงควรดื่มน้ำบีทรูทด้วยความระมัดระวัง
  • บีทรูทมีสาร FODMAPs ในรูปของน้ำตาลฟรุกแทน (Fructan) ที่ช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้เติบโต ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย หรือความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้ ในบางรายที่ร่างกายมีการตอบสนองไว เช่น ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน

แนะนำเมนูบีทรูท เพื่อสุขภาพกันหน่อย

👉 ซุปบีทรูท

  • หั่นกะหล่ำปลี แครอท บีทรูท และหอมใหญ่เป็นชิ้นเล็ก ๆ 
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟร้อนจัด ใส่น้ำมันมะกอกลงไป 
  • ผัดหอมหัวใหญ่จนเริ่มนิ่ม นำกระหล่ำปลี แครอท และบีทรูทใส่ลงไป ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน 
  • ใส่น้ำสต๊อกลงไปจนท่วม ตั้งไฟให้แรงจนเดือด แล้วหรี่ไฟลง ผัดด้วยไฟอ่อน 
  • จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และพริกไทยตามชอบ ใส่เนยลงไป 
  • ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟกับครีมเปรี้ยว จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว

👉 ยำวุ้นเส้นบีทรูท

  • ลวกหมูสับ หมูยอ พริกไทย และวุ้นเส้น เก็บน้ำที่ลวกเอาไว้เล็กน้อย ใส่ซุปก้อนหมูลงไปละลาย 
  • ปอกเปลือกบีทรูทเตรียมไว้ ขูดเป็นชิ้นบาง ๆ 
  • หั่นหอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศเตรียมไว้ 
  • ตำพริกขี้หนู กับกระเทียม ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำกระเทียมดอง และน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ 
  • ใส่วุ้นเส้น หมูยอ หมูสับ ผสมคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เทน้ำซุปใส่ลงไปเล็กน้อย ใส่หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ 
  • ในส่วนของบีทรูท ให้นำบีทรูทที่เตรียมไว้ มาแช่น้ำปูนใส ผึ่งให้แห้ง นำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง ให้นำมาทอดกรอบ โรยเกลือลงไป แล้วยกขึ้นเสิร์ฟ รับประทานคู่กับยำวุ้นเส้น อร่อยสุด ๆ

👉 บีทรูทดอง

  • นำบีทรูทไปต้มทั้งเปลือกจนนิ่ม ปอกเปลือก แล้วหั่นตามลายขวาง 
  • นำน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ปรุงรสตามชอบ 
  • เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว ใส่เครื่องเทศลงไปต้มสักครู่ 
  • เมื่อเริ่มมีกลิ่นหอม ให้นำบีทรูทมาใส่ขวดโหลไว้ ใส่น้ำส้มสายชูที่ปรุงรสแล้วลงไปในขวดโหล ปิดฝาขวดโหลทันทีในขณะที่ยังร้อน ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์แล้วนำออกมารับประทานได้เลย แถมเมนูนี้ยังสามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือนด้วย

👉 น้ำบีทรูท

น้ำบีทรูทอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบครัน แถมดื่มง่ายและมีรสชาติอร่อย 

  • นำบีทรูทมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด 
  • หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่บีทรูทลงไปในเครื่องปั่น เมื่อปั่นเสร็จแล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวเพื่อแยกกากออก 
  • นำน้ำใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปเล็กน้อย ใส่น้ำแข็ง พร้อมดื่ม

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้เรื่องบีทรูทที่เรานำมาฝากกัน ใครที่ยังไม่รู้จักบีทรูท หรือไม่เคยรับประทาน แนะนำให้ลองหามารับประทาน เพื่อสุขภาพกันได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรรับประทานอย่างระมัดระวังและเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยกันด้วยนะจ๊ะ 😘

▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾

เก็บบีทรูทให้ดูสด และน่าทานแบบไม่ต้องกังวล เราขอแนะนำ ตู้แช่เครื่องดื่ม ตู้แช่น้ำ ตู้แช่น้ำอัดลม จาก SGE ครบจบในเครื่องเดียว ใช้งานง่าย ทำความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอ เหมาะมากสำหรับแช่เครื่องดื่ม แช่ไวน์ แช่ผัก ผลไม้ต่าง ๆ รักษาความสดใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าแช่ได้สารพัดประโยชน์ คุ้มค่าสุด ๆ

14 กุมภาพันธ์ 2022

โดย

ลำดวน

ความคิดเห็น (Comments)

Leave A Comment