วิธีทำ บุลโกกิ เนื้อย่างเกาหลี สูตรเนื้อนุ่มฉ่ำซอส อร่อยง่าย ๆ ที่บ้าน

บุลโกกิ อาหารเกาหลียอดนิยมในประเทศไทย โดดเด่นด้วยเนื้อนุ่ม ๆ ผัดกับเครื่องปรุงและผักให้เข้ากัน จะกินเปล่า ๆ หรือกินคู่กับข้าวสวยก็ฟินเว่อร์

วันนี้ SGE มีสูตรบุลโกกิ เนื้อย่างเกาหลี เด็ด ๆ มาฝากทุกคน รับรองว่า อร่อยไม่แพ้กินที่เกาหลีแน่นอน!

บุลโกกิ (Bulgogi) คือ?

บุลโกกิ (불고기) คือ เนื้อย่างเกาหลี อาหารที่มีมานานกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่ยุคโคกูรยอ (Goguryeo) อาณาจักรเกาหลีโบราณในประวัติศาสตร์ ในสมัยก่อนบุลโกกิเป็นอาหารที่มีราคาแพงและราคาสูง เนื่องจากเนื้อสัตว์ในสมัยนั้นค่อนข้างหายาก คนที่มีตำแหน่งหรือมีเชื้อเจ้าเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าลักษณะภูมิประเทศเกาหลีล้อมรอบไปด้วยทะเล อาหารที่มีราคาถูก หาง่าย จึงมักเป็นอาหารทะเลและผักต่าง ๆ ในปัจจุบันบุลโกกิเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากหนังและซีรีส์ต่าง ๆ

บุลโกกิ (Bulgogi) คนเกาหลีนิยมหมักกับ “ลูกแพรขูด” ในประเทศไทยมักใช้ “สาลี่” แทน เพราะลูกแพรค่อนข้างหายาก ผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มีเอนไซม์ที่ช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น แต่หากไม่มีลูกแพร ลูกสาลี่ สามารถใช้ กีวี่ หรือ สับปะรด แทนได้ แต่ต้องลดปริมาณลง เพราะมีเอนไซม์แรงกว่า ส่วนวิธีรับประทานบุลโกกิ สามารถทานได้ทั้งแบบแห้งและน้ำ เสิร์ฟคู่กับข้าว หรือ ห่อทานกับผักก็ได้ รสชาติกลมกล่อม เค็มนิด หวานหน่อย เผ็ดร้อนเล็กน้อย แล้วแต่สูตรของแต่ละที่

불 (บุล) แปลว่า ไฟ, 고기 (โกกิ) แปลว่า เนื้อสัตว์

 “เนื้อหมู” เรียก Dwaeji Bulgogi (돼지불백),  “เนื้อไก่” เรียก Dak Bulgogi ( 닭불백)

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

เครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

เนื้อบุลโกกิ คือเนื้อส่วนใด?

เนื้อบุลโกกิ ส่วนใหญ่จะใช้ เนื้อวัว ในส่วน สันนอก(Sirloin) ริบอาย (Rib Eye) และ อก (Brisket), เนื้อหมู มักใช้เป็นหมูสามชั้น สันคอ สันใน และ เนื้อไก่ มักใช้ สันใน และ อก

เทคนิคการหั่นเนื้อให้นุ่ม: เนื้อวัว : หั่นตามแนวขวางของเนื้อเยื่อ เนื้อหมูและเนื้อไก่: หั่นตามแนวขวางของลายเส้น

เครื่องเคียงบุลโกกิ มีอะไรบ้าง?

เครื่องเคียงบุลโกกิ สามารถเลือกรับประทานได้ตามชอบ ส่วนมากนิยมทานกับ ถั่วงอกดอง กิมจิ วุ้นเส้นปรุงรส สาหร่าย และน้ำจิ้ม

 

คาลบิ บุลโกกิ ต่างกันยังไง?

คาลบิ บุลโกกิ ต่างกันยังไง?

บุลโกกิ (Bulgogi) เป็นเนื้อสัตว์แผ่นบาง ๆ คัดสรรเนื้อจากส่วนที่นุ่มที่สุด ปรุงสุกด้วยการผัดบนกระทะ ส่วน คาลบิ (Galbi) เป็นซี่โครงเนื้อแถบเล็ก หรืออาจจะเป็น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ หั่นเป็นแผ่นใหญ่ และ หนากว่า หมักด้วยเครื่องปรุงคล้ายกับบุลโกกิ ปรุงสุกด้วยการย่างบนตะแกรงเตาถ่าน

⭐⭐ หากชื่นชอบบทความของ SGE ⭐⭐

ถุงซีลสูญญากาศ

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🥺🙏🏻

ฝากกดลิงก์เยี่ยมชมสินค้า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราด้วยนะคะ🙏

วิธีทำ บุลโกกิ สูตรเนื้อนุ่มฉ่ำซอส

วิธีทำ บุลโกกิ สูตรเนื้อนุ่มฉ่ำซอส

ส่วนผสมบุลโกกิ

  • เนื้อวัว/เนื้อหมู (สไลด์) 400 กรัม
  • โคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียบ 5 กลีบ
  • หัวหอม 1 หัว
  • ต้นหอม 1
  • ลูกสาลี่ 1/2 ลูก
  • งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมทำน้ำจิ้ม

  • โคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะ
  • มิโซะ (เต้าเจี้ยวเกาหลี) ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเชื่อม ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • งาขาวคั่ว ½ ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำบุลโกกิ

  1. หั่นหัวหอมใหญ่ให้เป็นเส้น ๆ สับกระเทียม และซอยต้นหอม
  2. จากนั้น ผสมโชยุ โคชูจัง น้ำมันงา พริกไทย น้ำตาลทราย งาขาวคั่วเข้าด้วยกัน คนจนน้ำตาลละลาย
  3. ขูดลูกสาลี่ หรือบดด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด แล้วใส่ลงไปในส่วนผสมที่เตรียมไว้ในข้อ 2
  4. นำเนื้อวัว หรือ เนื้อหมูสไลด์ ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในภาชนะ คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
  5. หมักเนื้อไว้ในตู้เย็น ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้ออย่างทั่วถึง
  6. ระหว่างรอเนื้อหมัก ทำน้ำจิ้มบุลโกกิ ด้วยการผสมโคชูจัง มิโซะ น้ำเชื่อม น้ำมันงา และงาขาวคั่วเข้าด้วยกัน
  7. นำเนื้อหมักออกจากตู้เย็น เทใส่กระทะ ผัดไฟกลาง จนสุก
  8. ตักใส่จาน โรยด้วยงาขาวคั่ว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม และเครื่องเคียงตามชอบ เช่น กิมจิ ถั่วงอก สาหร่าย ฯลฯ

เป็นอย่างไรบ้างกับ วิธีทำบุลโกกิเนื้อย่างเกาหลี สูตรเด็ด สไตล์เกาหลี จะเห็นว่าอุปสรรคความอร่อยของเมนูนี้ คือ ส่วนผสมที่มีเยอะและค่อนข้างหายาก แต่ถ้าเรามีทุกอย่างครบ ขั้นตอนการทำก็ง่ายนิดเดียว ใช้เวลาทำแป๊บ ๆ ก็ได้บุลโกกิ เนื้อนุ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ พร้อมทานที่บ้านแล้ววว

ขอบคุณข้อมูลจาก : Spoon.co